ครม.สัญจรแนวใหม่ นายกฯสั่งจัดเวิร์คช็อปข้าราชการ-เอกชน ก่อนชงโครงการ


30 ส.ค. 2569 | 10:32น.

ครม.สัญจร 5 จังหวัดชายแดนใต้ จัดเวิร์กช้อประดมสมองรองนายกฯ 4 คน 4 มิติ ดึง 171 ตัวแทนภาครัฐ-เอกชน ถกเข้มวาระก่อนเข้า ครม . เตรียมแก้ผังเมือง กู้ซอฟต์โลน สร้างรั้วชายแดน ยกระดับเศรษฐกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 30 ส.ค.2569 มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย พื้นที่สงขลา เพื่อสรุปผลการระดมความคิดเห็นและพิจารณาข้อเสนอแนะสำหรับการเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 1 กันยายน 2569 วาระพัฒนา 5 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ สงขลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และยะลา

การประชุมเวิร์คช้อปครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 171 คน ประกอบด้วยรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้แทนหน่วยงานส่วนกลาง ภาครัฐในพื้นที่ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยแบ่งการหารือออกเป็น 4 กลุ่มหลักตามมิติการพัฒนา เพื่อสรุปข้อเสนอแนะเตรียมเสนอต่อที่ประชุม ครม. ดังนี้

ห้องด้านเศรษฐกิจ มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีเข้าร่วม ได้แก่ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยมีข้อเสนอสำคัญในการเร่งรัดโครงการขนาดใหญ่เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ เช่น ท่าเรือน้ำลึกสงขลาและปัตตานี สนามบินยะลา โครงข่ายมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ และการยกระดับด่านชายแดนให้ทันสมัย

นอกจากนี้ยังมีการเรียกร้องมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลนระยะยาว มาตรการทางภาษี และการปรับปรุงข้อบังคับผังเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อการตั้งโรงงาน พร้อมชูจุดเด่นการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ธรรมชาติ พหุวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ตลอดจนการยกระดับสินค้าเกษตรสู่มูลค่าสูง เพิ่มโรงงานแปรรูป และเสนอให้รัฐแก้ไขกฎหมายประมงที่ล้าสมัยเพื่อช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์

ในด้านสังคม มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีเข้าร่วม ได้แก่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยที่ประชุมมุ่งผลักดันนโยบาย Zero Dropout เพื่อดึงเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าเรียน ควบคู่กับการยกระดับทักษะแรงงาน (Upskill/Reskill) ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมทั้งแก้ปัญหาความแออัดของโรงพยาบาลศูนย์ เตรียมความพร้อมโครงสร้างรองรับสังคมผู้สูงอายุ กลุ่มเปราะบาง และแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่รัฐเพื่อที่อยู่อาศัย รวมถึงการเพิ่มศูนย์บำบัดฟื้นฟูเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดที่นำไปสู่จำนวนผู้ป่วยจิตเวชที่เพิ่มสูงขึ้น และป้องกันการกลับมาเสพซ้ำ

ในด้านความมั่นคง มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีเข้าร่วม ได้แก่ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีข้อเสนอให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยทำความเข้าใจกับนานาชาติ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและนักท่องเที่ยว รวมถึงพัฒนางานข่าวกรองและการปกป้องเยาวชนจากการเป็นแนวร่วม นอกจากนี้ยังผลักดันการสร้างรั้วชายแดนร่วมกับมาเลเซีย และจัดตั้งด่านตรวจอัจฉริยะ (Smart Checkpoint) เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองและการค้าของเถื่อน

ในด้านภัยพิบัติ มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีเข้าร่วม ได้แก่ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีข้อเสนอแนวทางบูรณาการบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การขุดลอก และการสร้างแก้มลิง เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยซ้ำซาก พร้อมทั้งเรียกร้องให้พัฒนาระบบเตือนภัยแบบเรียลไทม์ และเสนอแก้ไขระเบียบการเบิกจ่าย “เงินยับยั้งป้องกันภัยพิบัติ” ให้มีความชัดเจน เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งบประมาณเตรียมการป้องกันได้ก่อนเกิดวิกฤต

ข้อสรุปทั้งหมดจากทั้ง 4 มิติ จะถูกนำไปประมวลเป็นวาระสำคัญ เพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาอนุมัติงบประมาณและปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมาย ในการประชุม ครม.สัญจร วันที่ 1 กันยายน 2569 นี้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างอย่างเป็นรูปธรรม