
อนุทิน สวมเสื้อผ้าทอลายราชวัตร นำถก ครม.สัญจรนัดแรก จ.สงขลา เผยชงวาระสำคัญก่อสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ 3 เส้นทาง – เบี้ยประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ หวังรองรับความเสี่ยงล่วงหน้า
ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางด้วยรถบัสไฟฟ้ามาเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งแรกของรัฐบาลนายอนุทิน
โดยนายกฯ และ ครม.สวมชุดผ้าทอลายราชวัตรสีฟ้าแกมเทา ซึ่งเป็นผ้าทอด้วยมือเป็นลายดอกเล็กๆ ที่คณะกรรมการดำเนินงานฝ่ายจัดเตรียมเครื่องแต่งกาย ของที่ระลึก และการจัดนิทรรศการจังหวัดสงขลา ได้จัดเตรียมให้คณะรัฐมนตรีสวมใส่
ก่อนการประชุมนายกฯ เยี่ยมชมนิทรรศการหน่วยงานในพื้นที่ ช่วงหนึ่งที่เยี่ยมชมบูธ เสน่ห์ไทยเสน่ห์สงขลา ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งมีมาสคอตอุลตร้าแมนมาโปรโมทการท่องเที่ยว โดยนายกฯได้เข้าไปถ่ายรูป และทำท่าปล่อยพลังกับอุลตร้าแมน
ซึ่งเป็นท่าเดียวกับท่าพลัสของพรรคภูมิใจไทย และททท.ยังได้มอบภาพถ่าย รูปนายกฯถ่ายคู่กับน้องเนเน่ รอยัล ให้นายกฯด้วย ก่อนที่นายกฯจะพบปะกับนักศึกษาที่มาต้อนรับ และร่วมถ่ายภาพเซลฟี่อย่างเป็นกันเอง จากนั้นนายกฯถ่ายภาพร่วมกับครม. ผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และผู้แทนภาครัฐ
จากนั้น เวลา 10.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ ครั้งที่ 1/2569 โดยกล่าวก่อนเริ่มการประชุม ว่า ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และข้าราชการทุกท่านที่ได้เตรียมงานด้วยความเรียบร้อยครอบคลุมทุกประเด็น ซึ่งการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ที่จังหวัดสงขลา เป็นครั้งแรกของรัฐบาลที่มีตนเป็นนายกรัฐมนตรี
เป้าหมายเพื่อให้รัฐมนตรีได้รับทราบปัญหาในพื้นที่ทุกด้าน ทั้งด้านคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ สำคัญที่สุดคือด้านความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน การป้องกันภัยธรรมชาติ รวมถึงภัยที่เกิดขึ้นโดยมนุษย์
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ถือเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งแรกของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลมีความตั้งใจจะมาที่นี่ตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์น้ำท่วมปลายปีที่ผ่านมา เพื่อติดตามการฟื้นฟูแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ แต่ด้วยเหตุหลายประการทำให้การประชุมต้องเลื่อนออกไป
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ตนขออนุญาตให้หัวหน้าส่วนราชการทั้งระดับกระทรวง ส่วนราชการ ด้านความมั่นคง ระดับจังหวัด และผู้ที่เกี่ยวข้องที่เป็นฝ่ายข้าราชการประจำได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมครั้งนี้ด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้ (31 ส.ค.) คณะรัฐมนตรีได้แยกย้ายการลงพื้นที่เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหา การรับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ และได้กลับมาร่วมกันประชุมกับหน่วยงานต่างๆในพื้นที่ ซึ่งได้รับข้อมูลมากพอสมควรที่จะทำให้รัฐบาลเห็นภาพ และพิจารณาตัดสินใจในให้พื้นที่ภาคใต้ของจังหวัดประเทศไทย ได้รับการพัฒนาในทิศทางที่ดีขึ้นในทุกมิติ นอกจากนี้ ยังได้ติดตามโครงการสำคัญหลายโครงการที่จะเกิดขึ้น
ส่วนใหญ่เพื่อป้องกันบรรเทาภัยจากภัยธรรมชาติ ให้คลี่คลายหรือหากเป็นไปได้คือไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป มีการตรวจสภาพความพร้อมของหน่วยงาน ความคืบหน้าของโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว ตรวจสภาพทางเศรษฐกิจรับฟังข้อคิดเห็นจากประชาชนในด้านต่าง ๆ และมีโอกาสพบปะพูดคุยกับพี่น้องจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ซึ่งเราได้รับฟังข้อเสนอ ตลอดจนให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนในสามจังหวัดชายแดนใต้ว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ แต่พยายามหาทางแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดความสันติสุข ความสุข และความมั่นคง ให้กับประชาชนตลอดเวลา
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การประชุม คณะรัฐมนตรีในวันนี้ (1 ก.ย.) เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะนำผลสรุปจากการประชุมเวิร์กช็อปให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณา ซึ่งจะมีทั้งมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันทีหรือควิกวิน และข้อเสนอในระยะยาวที่ต้องวางแผน และลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยวาระสำคัญของวันนี้มีหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่ การวางโครงสร้างพื้นฐาน และระบบที่สำคัญๆ ของประเทศในระยะยาว ได้แก่
โครงการรถไฟทางคู่ในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งครอบคลุมเส้นทางตั้งแต่จังหวัดชุมพรไปสุราษฎร์ธานีมาอำเภอหาดใหญ่ และจบที่ปาดังเบซาร์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง และโลจิสติกส์เชื่อมโยงเศรษฐกิจภาคใต้ของประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟสายเชื่อมต่อเมือง หรือ Missing Link ที่รัฐบาลต้องการให้การคมนาคมขนส่งมีการเชื่อมต่อได้ในทุกเส้นทางทุกภูมิภาค และทุกจังหวัดของประเทศ
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (1 ก.ย.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับกระทรวงการคลังจะเสนอรายงานของโครงการประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า โดยที่รัฐบาลจะสนับสนุนเบี้ยประกันภัยภัยสำคัญ 3 ประเภท คือ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ให้กับประชาชนทั่วประเทศทุกภาคไม่ใช่เฉพาะภาคใต้
โดยมีเป้าหมายครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการ กำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะเสนอหลักการแนวคิดให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ
สำหรับระบบประกันภัยนี้ เมื่อเกิดภัยพิบัติประชาชนจะได้รับเงินสินไหมทดแทนได้เร็ว และมากกว่าระบบการเยียวยาแบบเดิม ขณะเดียวกันภาครัฐจะสามารถบริหารความเสี่ยง และงบประมาณในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางจากรูปแบบเดิมที่รัฐรอให้เกิดภัยก่อนแล้วค่อยจ่ายเงินเยียวยา มาเป็นการเตรียมการรองรับความเสี่ยงไว้ล่วงหน้า วันนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะได้นำปัญหา และข้อเสนอจากพื้นที่มาเชื่อมกับการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรีโดยตรง
ทำให้การประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการย้ายสถานที่ประชุม แต่เป็นการนำการตัดสินใจจากรัฐบาลที่ได้รับฟังความเห็นเพื่อเสนอแนะ และรับฟังประชาชนโดยตรงมาแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาในพื้นที่จริงๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเมนูอาหารนำเสิร์ฟให้ครม. เป็นอาหารท้องถิ่นจังหวัดสงขลา เมนูอาหารว่าง (หรอยหนัด) ประกอบด้วย ต้มสามเหลี่ยมไส้ไก่หยองไข่แดงเค็ม ขนมไข่เตาถ่าน และเมล่อนทองระโนด ขณะเมนูอาหารเช้า (หรอยแรงใต้แรงอก) ประกอบด้วย ข้าวต้มปลากะพง 3 น้ำ จากกลุ่มแม่น้ำทะเลสงขลา ปลาท๋องโก๋ สังขยาหรือนมข้น และเค้กสะหวา
ส่วนเมนูอาหารกลางวัน (หรอยจังฮู้) ประกอบด้วย แกงส้มปลากะพง 3 น้ำ มะม่วงเบาสำรับสงขลา 2 วัตถุดิบ GI ขนานแท้ ปลากระบอกทองหอม ใบเหลียงผัดไข่ ก๋วยเตี๋ยวถนัดศรี ไก่ทอดหาดใหญ่ ข้าวมันไก่เบตงสำรับรสแห่งไก่สายพันธุ์ใต้ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไท และมีเมนูฮาลาล ประกอบด้วย ซุปเนื้อฮาลาล ข้าวมันไก่ฮาลาล ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสูตรต้นตำรับ




