เปิดฐานะการคลังประเทศผ่านงบ 70 กวาดเงินนอกงบประมาณ 3.9 ล้านล้าน


09 ก.ย. 2569 | 06:45น.

เปิดสถานะการคลังของประเทศ ผ่านกฎหมายงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน ขาดดุลท่วม 7.88 แสนล้าน ยอดหนี้สาธารณะ 12 ล้านล้านสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แตะ 66.35 % ของจีดีพี จัดงบฯชำระหนี้ 4.6 แสนล้าน คืนเงินต้นแค่ 1.5 แสนล้าน กวาดเงินนอกงบประมาณได้เฉียด 4 ล้านล้าน “งบฯกลาง” เกือบ 7 แสนล้าน “ภราดร” แจงกันวงเงิน 1.2 หมื่นล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน ไม่ซ้ำซ้อนยอดเงินกู้ 4 แสนล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 นี้ วงเงิน 3.788 ล้านล้าน อันเป็นกฎหมายงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาล ที่สะท้อนตัวเลขฐานะการคลังของประเทศ 

โดยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้คาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจในปี 2569 และปี 2570 ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวในช่วงร้อยละ 1.5-2.5 โดยมี ปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน การเพิ่มขึ้นของกรอบงบประมาณภาครัฐและแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และการสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ  

รวมถึงการขยายตัวด้านการส่งออกที่อยู่ในเกณฑ์สูง แต่เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง การชะลอตัวของเศรษฐกิจและการค้าโลก ประกอบกับข้อจำกัดจากภาระหนี้สินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงสถานการณ์ภัยแล้งที่จะส่งผลต่อผลผลิตภาคการเกษตร สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ 2.0 – 3.0  และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ 1.0 

คาดเศรษฐกิจขยายตัว 2.7%

เศรษฐกิจไทยในปี 2570 มีแนวโน้มที่จะขยายตัวในช่วงร้อยละ 1.7-2.7 ตามแนวโน้มการฟื้นตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจและการค้าโลก ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของภาคการส่งออกสินค้า และบริการ ในขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและงบประมาณภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไข ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ และยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ 0.5 – 1.5 และดุลบัญชีเดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ 1.6 

ฐานะเงินสดประเทศ 5.8 แสนล้าน

ขณะที่ฐานะเงินสดของประเทศไทย ณ สิ้นปีงบประมาณ 2568 (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568) มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 580,310.7 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินคงคลัง ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย  558,475.9 ล้านบาท เงินสด ณ กรมธนารักษ์ 2,186.1 ล้านบาท เช็คฝากรอเรียกเก็บ 690.4 ล้านบาท เงินฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด 18,958.3 ล้านบาท 

ในด้านฐานะรายรับของแผ่นดินในปีงบประมาณ 2568 ประเทศไทยมีรายรับทั้งสิ้น 4,495,843.0 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินรายได้แผ่นดิน  2,877,050.2 ล้านบาท เงินนอกงบประมาณ  1,618,792.8 ล้านบาท

ส่วนฐานะการจ่ายเงินของแผ่นดินปี 2568 ในปีงบประมาณ 2568 ประเทศไทยมีรายจ่ายรวมทั้งสิ้น 4,429,633.7 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินในงบประมาณ จำนวน 3,412,501.2 ล้านบาท ประกอบด้วยรายจ่ายจากงบประมาณปีปัจจุบัน 3,153,802.5 ล้านบาท รายจ่ายจากการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี 258,698.7 ล้านบาท ขณะที่เงินนอกงบประมาณ  มีจำนวนรวม 1,017,132.5 ล้านบาท

Advertisement

ยอดหนี้สาธารณะ 66.35%

ด้านหนี้สาธารณะ  ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีจำนวน 12,681,203.98 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 66.35 ของ GDP ประกอบด้วย 1.หนี้ที่เป็นข้อผูกพันของรัฐบาลซึ่งเกิดจากการกู้ยืมโดยตรง และการค้ำประกันเงินกู้โดยรัฐบาล จำนวน 12,131,440.43 ล้านบาท  แบ่งเป็น หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง โดยเป็นหนี้ในประเทศ 11,410,042.26 ล้านบาท หนี้ต่างประเทศ 61,381.66 ล้านบาท รวม 11,471,423.92 ล้านบาท (คิดเป็น 60.02% ของ GDP) 

และหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน แบ่งเป็น หนี้รัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลค้ำประกัน รวม 510,558.76 ล้านบาท โดยกู้ในประเทศ 487,593.42 ล้านบาท กู้ในต่างประเทศ 22,965.34 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน รวม 123,626.31 ล้านบาท กู้ในประเทศ 123,588.12 ล้านบาท กู้ต่างประเทศ 38.19 ล้านบาท 

และหนี้หน่วยงานของรัฐที่รัฐบาลค้ำประกัน รวม 25,831.44 ล้านบาท โดยเป็นการกู้ในประเทศทั้งหมด รวม 660,016.51 ล้านบาท คิดเป็น 3.45% ของ GDP 

เมื่อรวมหนี้สาธารณะทั้งหมด แยกเป็นหนี้ในประเทศ 12,587,125.04 ล้านบาท หนี้ต่างประเทศ 94,078.94 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 12,681,203.98 ล้านบาท สัดส่วนต่อ GDP อยู่ที่ 66.35%

ยอดเงินกู้ ’68-70 

ขณะที่ยอดเงินกู้ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 – 2570 แยกตามประเภทและแหล่งเงินกู้ แบ่งเป็น  เงินกู้ภายในประเทศโดยตรงของรัฐบาล 1.ในปี 2568 มีทั้งสิ้น 2,442,070.04 ล้านบาท 2.ในปี 2569 มีการกู้เงิน 2,582,918.32 ล้านบาท 3.ในปี 2570 เป็นประมาณการวงเงินที่คาดว่าจะบรรจุไว้ในร่างแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ซึ่งยังไม่ผ่านการพิจารณากลั่นกรอง จากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เป็นเงิน 3,064,910.77 ล้านบาท  ขณะที่เงินกู้ต่างประเทศแบ่งเป็น 1.ในปี 2568 มีทั้งสิ้น 491.79 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2569 มีทั้งสิ้น 919.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปี 2570 มีทั้งสิ้น 5,711.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (โดยเป็นประมาณการ)

งบลงทุน 7.8 แสนล้าน 

โครงสร้างงบประมาณปี 2570 แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ รายจ่ายประจำกำหนดไว้เป็นจำนวน 2,786,367.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จำนวน 131,724.9 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.0 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 73.6 ของวงเงินงบประมาณ เทียบกับสัดส่วนร้อยละ 70.2 ของปีงบประมาณ พ.ศ.2569

รายจ่ายลงทุนจำนวน 789,171.5 ล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ 2569 จำนวน 72,564.8 ล้านบาท 

รายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ ได้จัดสรรไว้เป็นจำนวน 151,520 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จำนวน 320.0 ล้านบาท  

เงินนอกงบประมาณ 3.9 ล้านล้าน 

ด้าน “เงินนอกงบประมาณ”  เป็นเงินที่หน่วยงานของรัฐจัดเก็บหรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย ที่ต้องนำส่งคลัง แต่มีกฎหมายอนุญาตให้สามารถเก็บไว้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องนำส่งคลังนั้น ในงบประมาณ 2570 มีเงินนอกงบประมาณสะสมคงเหลือยกมา เป็นเงิน 3,970,134.7443 ล้านบาท ขณะที่รายได้ประเภทเงินนอกงบประมาณ ปี 2570  เป็นเงิน 2,376,531.2567 ล้านบาท

ประกอบด้วย เงินรายได้ 771,239.1236 ล้านบาท, เงินที่รัฐบาลอุดหนุนหรือจัดสรรให้ 650,381.1828 ล้านบาท, ทุนหมุนเวียน 328,022.4116 ล้านบาท, เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ  462.5182 ล้านบาท, เงินอุดหนุนและบริจาค 14,740.6419 ล้านบาท, เงินกู้ในประเทศ 200,915.1996 ล้านบาท, เงินกู้ต่างประเทศ 5,694.6060 ล้านบาท, อื่น ๆ 405,075.5730 ล้านบาท

ส่วน 5 กระทรวงที่มีเงินนอกงบประมาณสูงสุด 5 อันดับ ประกอบด้วย กระทรวงแรงงาน  328,020.6339 ล้านบาท กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  307,041.9370 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 151,152.6195 ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุข 150,310.7024 ล้านบาท กระทรวงกลาโหม  33,124.5646 ล้านบาท

ขณะที่เงินนอกงบประมาณที่แต่ละกระทรวงมีการตกลงนำมาจัดสรรและสมทบเพื่อใช้จ่ายร่วมกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 สูงสุด 5 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง  7,702.5551 ล้านบาท กระทรวงกลาโหม  3,760.6307 ล้านบาท กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 3,576.8528 ล้านบาท กระทรวงคมนาคม 3,163.1684 ล้านบาท และกระทรวงการต่างประเทศ 2,154.0000 ล้านบาท

“งบฯ กลาง” เฉียด 7 แสนล้าน

อย่างไรก็ตาม ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 นอกจากมีงบฯ ประจำในแต่ละกระทรวง ยังมีงบประมาณที่ถูกจับตามองคือ “งบฯ กลาง”  ตั้งไว้ 699,924,956,400 บาท เพื่อป้องกันหรือแก้ไขสถานการณ์อันกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ การเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติสาธารณะร้ายแรง และภารกิจจำเป็นเร่งด่วนของรัฐที่อาจจะเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมาย และไม่สามารถปรับแผนการดำเนินงานจากงบฯ รายจ่ายประจำปีของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ และไม่สามารถใช้จากแหล่งเงินอื่นได้

ในส่วนนี้ถูกจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมและรองรับผลกระทบจากวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน  12,000 ล้านบาท โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงบประมาณ ชี้แจงต่อที่ประชุมสภา ว่า ยอดเงินส่วนนี้ใช้จ่ายแตกต่างจากเงินกู้ตามพระราชกำหนด 4 แสนล้านบาท ในส่วนของ 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานของประเทศ