ใครที่เคยตามไปกิน PAR.RIS ตั้งแต่สมัยอยู่เอกมัย น่าจะจำร้านนี้ได้จาก Sourdough Bagel โดยเฉพาะเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบและสารพัดครีมชีสที่เลือกจับคู่กันได้ หลังจากปิดร้านเดิมไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็กลับมาเปิดอีกครั้ง คราวนี้ย้ายออกมาที่ซอยโยธินพัฒนา 3 พร้อมเติมคำว่า ‘Atelier’ ต่อท้ายชื่อเป็น PAR.RIS Atelier
การกลับมารอบนี้จึงไม่ใช่แค่การย้ายร้าน เพราะพื้นที่ใหม่ทำให้ PAR.RIS ขยับจากร้านที่มีเบเกิลเป็นภาพจำ ไปสู่ร้านเบเกอรีและบรันซ์ ที่มีเมนูให้กินได้ตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงบ่าย เบเกิลยังอยู่ครบ แต่เพิ่มทั้ง Sourdough Loaf, Focaccia, อาหารเช้าและบรันช์ รวมถึงไอศกรีมและไวน์เข้ามา

เค้ก-ปริญา กิ่งรุ้งเพชร ผู้ก่อตั้ง PAR.RIS
คำว่า Atelier จึงค่อนข้างเข้ากับร้านเวอร์ชันนี้ เพราะนอกจากพื้นที่จะใหญ่ขึ้น ครัวยังได้ทดลองกับขนมปังและเมนูอื่นๆ มากกว่าเดิม โดยมี Sourdough เป็นเหมือนเส้นหลักที่เชื่อม PAR.RIS เวอร์ชันเก่ากับบ้านหลังใหม่เข้าด้วยกัน



The Vibe
พอย้ายมาโยธินพัฒนา ทำให้ร้านได้มีพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านมากขึ้น มีอาคารใช้สีขาวเป็นหลัก เพดานสูงและกระจกขนาดใหญ่รับแสงธรรมชาติ ก่อนเติมความอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์งานไม้
ภาพรวมของอินทีเรียร์ค่อนข้างเรียบและโปร่ง ไม่ได้มีของตกแต่งเยอะจนแย่งสายตา จึงให้บรรยากาศสบายๆ ที่เข้ากับการมากินมื้อเช้าหรือบรันช์มากกว่าเป็นคาเฟ่ที่ตั้งใจทำมุมถ่ายรูป
ข้อดีของที่นี้คือพื้นที่นั่งที่มากขึ้น ทำให้บรรยากาศดูเป็นร้านอาหารขึ้นกว่าเดิม จากที่เมื่อก่อนเราอาจแวะไปซื้อเบเกิลกลับบ้าน ครั้งนี้สามารถนัดเพื่อนมานั่งกิน Breakfast Plate ดื่มกาแฟ แล้วอยู่ต่อไปจนถึงของหวานได้แบบไม่รู้สึกว่าต้องรีบลุก



The Taste
ถึงจะขยายเมนูไปไกลกว่าเดิม แต่พระเอกก็ยังหนีไม่พ้นขนมปัง โดยเฉพาะ Signature Sourdough Bagel (75 บาท) เบเกิลซิกเนเจอร์ที่ยังคงคาแรกเตอร์กรอบด้านนอกและนุ่มหนึบด้านใน ครั้งนี้เราลองจับคู่กับ Royale Truffle Cream Cheese (155 บาท) ครีมชีสทรัฟเฟิลที่เสิร์ฟพร้อมหอมผัดมาช่วยตัดรส ทำให้กินกับเบเกิลเปล่าๆ ได้แบบไม่ต้องเพิ่มอะไรอีกมาก
แต่ของใหม่ที่ทำให้รู้สึกว่า PAR.RIS เวอร์ชันนี้กลายเป็นร้านบรันช์เต็มตัวคือ Atelier Breakfast ที่เปิดให้ประกอบจานอาหารเช้าเองตั้งแต่ต้น เราเลือก Focaccia Tomato & Rosemary (95 บาท) เป็นขนมปัง ตามด้วยไข่ดาว 2 ฟอง (75 บาท) มะเขือเทศและอะโวคาโด (70 บาท) แล้วเพิ่ม Italian Sausage (100 บาท) กับ Bacon (85 บาท) กลายเป็น Breakfast Plate แบบเลือกทุกอย่างที่ตัวเองอยากกินได้ ซึ่งสนุกตรงที่ไม่ต้องถูกบังคับให้อยู่กับเซ็ตอาหารเช้าสำเร็จรูป



ฝั่งขนมปังเรายังลอง Cranberry Pistachio Sourdough 2 Slice (120 บาท) ที่ใส่ทั้งแครนเบอร์รีและพิสตาชิโอมาในเนื้อซาวโดว์ ให้รสหวานอมเปรี้ยวและความมันของถั่วแทรกอยู่ในแต่ละคำ ส่วนถ้าอยากปิดท้ายด้วยอะไรที่เป็นขนมขึ้นมาหน่อย มี Pistachio & Almond Cream Brioche Bun (195 บาท) บริยอชเนื้อนุ่มที่สอดไส้อัลมอนด์ครีมและพิสตาชิโอ เป็นอีกด้านของ PAR.RIS ที่ขยับจากเบเกิลไปเล่นกับขนมอบมากขึ้น


เครื่องดื่มเราเลือก Matcha on the Beach (175 บาท) มัทฉะผสมน้ำมะพร้าวที่รสชาติออกมาลงตัวกว่าที่ชื่อฟังดูเสียอีก ความสดชื่นและหวานบางๆ ของน้ำมะพร้าวช่วยให้มัทฉะดื่มง่ายขึ้นโดยไม่กลบรสชา เหมาะกับมื้อเช้าแบบนี้ดี
พอกินทั้งหมดด้วยกันก็ยิ่งเห็นภาพของ PAR.RIS Atelier ชัดขึ้นว่า การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้ทิ้งสิ่งที่คนจำได้อย่าง Sourdough Bagel แต่กำลังใช้ความถนัดเรื่องขนมปังเป็นจุดตั้งต้น แล้วค่อยขยายออกไปสู่มื้อเช้า บรันช์ และขนมอบที่หลากหลายกว่าเดิม
Good for
แฟน PAR.RIS เดิมที่คิดถึง Sourdough Bagel รวมถึงคนที่กำลังหาร้าน Breakfast หรือ Brunch แถวโยธินพัฒนา เพราะร้านใหม่นี้มีเมนูให้กินเป็นมื้อจริงจังกว่าเดิม และถ้ามากันหลายคนก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสายเบเกิลเหมือนกันทั้งหมด เพราะมีตั้งแต่จานอาหารเช้า สลัด กาแฟ มัทฉะ ไปจนถึงไอศกรีมและไวน์
PAR.RIS Atelier
Location: ซอยโยธินพัฒนา 3 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ
Open: เปิดทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น.
Contact: PAR.RIS Atelier
Parking: มีลานจอดรถรองรับ
Budget: ราคา 200-1,000 บาทต่อคน




