
“สส.ชลบุรี” พรรคประชาชน หั่นงบ “สกพอ.” 10% ชี้ หลายโครงการยังขาดความโปร่งใส – ซ้ำซ้อน “หมอวรงค์” แฉ ด่านลอยตบทรัพย์ ส่งส่วยซื้อตำแหน่ง จี้คืนตำรวจรับใช้ประชาชน ไม่ใช่รับใช้นักการเมือง
เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 10 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระ 2-3 เป็นวันที่ 4 โดยมีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธาน
นางสาวนฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายมาตรา 27 งบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ สกพอ. ซึ่งมีหน้าที่ในการขับเคลื่อน และบริหารจัดการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ว่า เป็นหน่วยงานที่รับการจัดสรรงบประมาณ อย่างต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปี แต่ไม่ได้ทำให้คุณคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ดีขึ้นแต่กลับแย่ลงจากการขยายตัวทางอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ อีอีซีถูกระบุจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรข้ามชาติว่าเป็น 1 ใน 3 โซนยุทธศาสตร์สำคัญ ของกลุ่มที่เรียกว่าทุนเทาต่างชาติในประเทศไทย ในลักษณะของคลังแสง และจุดพักสินค้า เพราะมีการจดทะเบียนบริษัทใหม่จำนวนมหาศาล ทำให้การตรวจสอบนิติบุคคลทำให้ยากขึ้น
นางนฤมาศ กล่าวว่า สกพอ. อ้างว่ามีโครงการเพื่อเชื่อมโยงประโยชน์จากการลงทุนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อโครงการพัฒนาศักยภาพของพื้นที่และชุมชน วงเงินกว่า 9.5 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้รัฐวิสาหกิจชุมชนเพิ่มขึ้น 20% แผนการเบิกจ่ายหารเฉลี่ยเท่ากันทุกงวด งวดละประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่ลักษณะของการวางแผนกิจกรรมจริง ดังนั้น โครงการที่อ้างว่าจะพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ กลับเป็นโครงการที่ขาดความชัดเจนมากที่สุด
นอกจากนี้ สกพอ.ถูกปรับลดงบเพียง 0.1% ซึ่งไม่สอดคล้องกับปัญหาที่แท้จริง สะท้อนให้เห็นว่าการตรวจสอบงบประมาณของหน่วยงานนี้ อาจยังเข้มงวดไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับผลสัมฤทธิ์ที่ยังไม่เป็นรูปธรรมต่อประชาชน จึงไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบให้ สกพอ. และเสนอให้มีการปรับลดงบประมาณเพิ่มเติมอีกไม่น้อยกว่า 10% เพราะโครงการขาดความโปร่งใสด้านงบประมาณ มีโครงการที่อาจซ้ำซ้อนกับภารกิจปกติอยู่แล้ว ซึ่งควรได้รับการทบทวนก่อนได้รับการอนุมัติเต็มจำนวน มีรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นผิดปกติโดยไม่มีการชี้แจงอย่างเพียงพอ และเมื่อยังไม่บรรลุเป้าหมายตามที่หน่วยงานตั้งไว้ งบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการชักชวนนักลงทุน จึงควรถูกพิจารณาอย่างเข้มงวดมากขึ้น ไม่ควรได้รับอนุมัติอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากการวัดผลจริง
จากนั้นเวลา 10.00 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี อภิปรายมาตรา 27 ว่า ตนเสนอขอตัดลดงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) 10% ที่อิงอยู่บนฐานพฤติกรรมที่ประชาชนมองว่าตำรวจแย่ๆ บางส่วนรังแกประชาชน บางส่วนรีดไถประชาชน ที่เกิดขึ้นในสตช. ตั้งแต่ระดับปฏิบัติจนถึงผู้บริหารระดับสูง กรรมาธิการฯเคยถามผู้แทนของสตช.ที่มาชี้แจงหรือไม่ เรื่องการใช้งบประมาณว่า ยังมีการตั้งด่านรีดไถประชาชนอยู่หรือไม่ และจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร ซึ่งด่านของตนหมายถึงการตั้งด่านลอย ด่านสุ่มตรวจ ด่านที่ตั้งโดยไม่มีเหตุผล โดยอ้างปัญหาจราจรเป็นเหตุนำไปสู่การรีดไถประชาชน ซึ่งสิ่งที่ต้องถามคือเมื่อไหร่จะแก้ปัญหาเหล่านี้
“ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะปกป้องประชาชนที่ผิดกฎหมายจราจร เราไม่ได้ต้องการปกป้องคนที่ทำผิด แต่เราต้องการให้ตำรวจยึดกฎหมายอย่างจริงจัง ไม่ใช่เอาช่องโหว่นี้ไปสู่การรีดไถ รูปแบบรีดไถชัดเจนมาก ส่วนใหญ่ใช้เงินสด ถ้าไม่มีเงินสดใช้บัญชีม้า” นพ.วรงค์ กล่าว
นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า อยากถามกรรมาธิการฯว่าในฐานะตัวแทนประชาชน รู้สึกหรือไม่ว่าประชาชนเดือดร้อนและถูกรีดไถจากตำรวจ และเคยถามผู้แทนตำรวจหรือไม่ว่า สตช. ใช้กฎหมายข้อไหนที่ให้ตัวเองมีอำนาจเหนือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ทางหลวง เรื่องห้าม ตั้งสิ่งกีดขวางบนทางหลวง ตำรวจที่ตั้งด่านเถื่อน ด่านลอย ใช้อำนาจข้อไหน กระบวนการรีดไถของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อกระบวนการส่งส่วย สุดท้ายก็ทำให้เกิดการส่งส่วยไปซื้อขายตำแหน่ง ทุกยุคทุกสมัยเกิดมานานแล้ว แต่ไม่มีใครแก้ไขได้ เผื่อกรรมาธิการฯได้ประสานกับสตช. ยกเลิกนโยบายตั้งด่านได้แล้ว เพราะตอนนี้เทคโนโลยีไปไกลมาก ตำรวจก็สามารถใช้กล้องวงจรปิดในการจับอัตราความเร็ว และดำเนินการได้ตามขั้นตอนตามกฎหมาย ไม่ต้องต้องมาตากแดดและตากฝน เจออยู่เรื่อยยิ่งช่วงเทศกาล เพราะแรงบันดาลใจในการรีดไถหรือไม่ ตนเคยไปค้นเจอว่า ถ้ามีการปรับประชาชนที่ผิดกฎหมายจราจรตำรวจไม่ได้ส่วนแบ่ง แต่ถ้าปรับเองที่บนทางหลวงตำรวจจะได้ส่วนแบ่ง ต้องเรียกร้องไปยังกรรมาธิการว่า ยกเลิกส่วนแบ่งจราจร อย่างน้อยจะได้ผ่อนหนักเป็นเบาในการตั้งใจรีดไถประชาชน
“เราต้องการให้เป็นตำรวจของประชาชน เป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ใช่เป็นตำรวจของนายหรือนักการเมือง และผมย้ำอีกว่ายกเลิกเสียทีสำหรับนักการเมืองที่ให้ตำรวจรับใช้นักการเมือง เราต้องให้ตำรวจไปรับใช้ประชาชน จึงเป็นเหตุผลที่ผมขอตัดงบเพราะพฤติกรรมของ สตช.” นพ.วรงค์ กล่าว





