ไปเที่ยวทั้งทีก็อยากเดินทางไกลๆ แถมมากันหลายคนแบบนี้ ‘รถเช่า’ คงจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์กว่า

หลายคนเวลาไปเที่ยวคงเคยเจอแบบนี้ อยากไปหลายที่แต่บางทีขนส่งสาธารณะก็ดันไม่สะดวก หรือยังไม่ทันสำรวจให้หนำใจก็ต้องรีบกลับให้ทันรอบรถ จนรู้สึกไม่มีอิสระในการเดินทางเท่าที่ควร
นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระแสของการท่องเที่ยวแบบ ‘เช่ารถขับเอง’ มาแรงสุดๆ จนรายงานของ Trip.com ออกมาบอกว่าปีที่ผ่านมาทั่วโลกนิยมเช่ารถเพื่อท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 81%
เพราะนอกจากจะมีอิสระในการวางแผนทริปมากกว่าแล้ว ยังสามารถเดินทางได้ไกลขึ้น หรือบางแหล่งท่องเที่ยวที่เคยเข้าถึงยากหากไม่มีรถ ก็สามารถเข้าถึงได้มากขึ้นด้วย
ที่น่าสนใจก็คือเทรนด์การท่องเที่ยวแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ใดที่หนึ่ง แต่กำลังกลายเป็นตลาดทางเลือกที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก

หากพูดถึงในแง่ของประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวนิยมเช่ารถขับมากที่สุด อันดับ 1 ก็คือประเทศญี่ปุ่น โดยมีการเติบโตอยู่ที่ 119% เทียบกับปีก่อน
ด้วยความหลากหลายของเส้นทาง ความนิยมของเส้นทางนอกเมืองใหญ่ รวมไปถึงการเดินทางระหว่างในเมืองและเที่ยวชมธรรมชาติได้ง่าย
สำหรับประเทศไทย ก็ติดอันดับจุดหมายปลายทางยอดฮิตในอันดับ 2 (+59%) ตามมาด้วย สหรัฐอเมริกา (+148%) เกาหลีใต้ (+129%) และออสเตรเลีย (+74%)
ซึ่งหากเจาะลึกเข้าไปในระดับเมือง พบว่าเมืองที่นิยมเช่ารถมากที่สุดก็คือ เชจู ในประเทศเกาหลีใต้ ตามมาด้วย โตเกียว โอกินาว่า ซัปโปโร และฟุกุโอกะ ในประเทศญี่ปุ่น
ขณะที่ในประเทศไทย เส้นทางในภาคเหนือได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีทั้งวิวธรรมชาติบนภูเขาและวัฒนธรรมท้องถิ่นอยู่ในจังหวัดเดียวกัน

หากพูดถึงในแง่ของสัญชาตินักเดินทาง ผู้คนจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่ขับเคลื่อนตลาดเช่ารถทั่วโลก
โดยกลุ่มที่มียอดจองสูงสุดนำโดย นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ (+85%) ตามมาด้วย ไทย (+78%) ฮ่องกง (+62%) ญี่ปุ่น (+113%) และไต้หวัน (+139%)
ซึ่งนอกจากจะติดท็อป 5 ของเอเชียแล้ว ไทยยังกลายมาเป็นหนึ่งในตลาดขาออกที่มีการเติบโตไวที่สุดของภูมิภาคอีกด้วย
หากมองลักษณะของนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้ว พบว่าจำนวนไม่น้อยเลยที่มีประสบการณ์การขับรถมาไม่ต่ำกว่า 5 ปี และมีการเช่ารถเที่ยวหลายครั้งในหนึ่งปี
เมื่อเป็นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เฉลี่ยแล้วมักจะจองรถเช่าล่วงหน้าในช่วงใกล้วันเดินทาง แต่หากเป็นทริปต่างประเทศโดยเฉพาะไปญี่ปุ่น จะจองล่วงหน้าอยู่ที่ 1-3 เดือนเลยทีเดียว
ยิ่งทำให้เห็นว่าการเดินทางด้วยการเช่ารถไม่ใช่แค่การตัดสินใจสั้นๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของทริปที่มีการตั้งใจวางแผนมาแล้วล่วงหน้า

ไม่ใช่แค่เรื่องของระยะทางหรือความมีอิสระเท่านั้นที่ผลักดันตลาดรถเช่า แต่ไลฟ์สไตล์และรูปแบบของนักเดินทางก็เป็นอีกส่วนที่ทำให้ตลาดนี้เติบโตเช่นกัน
รายงานเพิ่มเติมจาก Trip.com บอกว่า กว่าครึ่งของนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวนั้นมีเด็กเล็กเดินทางมาด้วย ขณะที่คอนเทนต์บน Trip.Moments เกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบครอบครัว ก็เติบโตขึ้นถึง 309%
คอนเทนต์เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ในรูปแบบอื่นๆ ก็กำลังขยายตัวเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางพร้อมกับสัตว์เลี้ยง หรือการเดินทางแบบรถแคมป์ปิ้งและ RV ซึ่งการเลือกขับรถเองนั้นอาจมีความคล่องตัวและตอบโจทย์การเดินทางได้มากกว่า
ในรายงานเดียวกันนี้ ยังพูดถึงการแชร์เรื่องราวระหว่างทางบน Trip.Moments พบว่า ทริปขับรถเที่ยวที่เน้นธรรมชาติ มียอดการมีส่วนร่วมมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่สามารถชมวิวสวย เส้นทางบนภูเขา อุทยานแห่งชาติ หรือชนบทที่ไม่วุ่นวายเท่ากับในเมือง

เมื่อการเดินทางขยับออกไปไกลจากตัวเมืองหลักมากขึ้น นักท่องเที่ยวเริ่มมองหาอิสระในการเดินทางและความสะดวกสบาย ทำให้ขนส่งสาธารณะอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ทุกกลุ่มอีกต่อไป
การเติบโตของตลาดรถเช่านี้ จึงเป็นทิศทางที่น่าสนใจ และเป็นโอกาสของสถานที่ที่อยู่ห่างไกลมากขึ้น ทั้งเมืองรองหรือสถานที่ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงด้วยขนส่งสาธารณะ
สำหรับในประเทศไทย การเช่ารถที่เพิ่มขึ้นก็คือโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจเส้นทางใหม่ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ชวนตั้งคำถามถึงความไม่ครอบคลุมของระบบขนส่งสาธารณะ ที่จำเป็นจะต้องมีรถเพื่อเข้าถึงสถานที่ต่างๆ ได้
ถึงแม้ว่าการเช่ารถท่องเที่ยวจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการเดินทางยุคนี้และเป็นโอกาสของบริษัทรถเช่า แต่การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะนอกเมืองหลวงเพื่อให้ผู้คนเข้าถึงสถานที่ต่างๆ ได้มากขึ้น ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ละเลยไปไม่ได้
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




