เด็กเกิดน้อย ประชากรลด ทำตลาด ‘เครื่องทำน้ำอุ่น’ จ่อหดตัว 10% ‘สตีเบล เอลทรอน’ สู้กลับด้วยสายอาบอุ่น-ผ่อนคลาย เน้นขายทั้งปี ไม่โฟกัสแค่ฤดูหนาว

โครงสร้างประชากรแบบที่ประเทศไทยเราเป็นตอนนี้ ไม่ได้กระทบแค่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง เพราะอาการเด็กเกิดน้อย คนแก่เยอะ แรงงานลดลง กำลังส่งผลกระทบแม้แต่กับ ‘ตลาดเครื่องน้ำอุ่น-น้ำร้อน’ ด้วยแล้ว

เด็กเกิดน้อย-ประชากรลด-เศรษฐกิจกำลังซื้อฝืด คาดเครื่องทำน้ำอุ่นหด 10% ปีนี้

‘โรลันด์ เฮิน’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด เผยว่า ภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อ ประกอบกับ ‘การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างประชากร’ ที่ส่งผลต่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ ให้ลดลงไปด้วย ทำให้บริษัทประเมินว่า ตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องทำน้ำร้อนในประเทศไทย ที่มีมูลค่าราว 3,300 ล้านบาทในปี 2568 อาจหดตัวราว 10% ในปีนี้

‘ฤดูหนาว’ ไม่ได้เป็นไฮซีซั่นเหมือนเมื่อก่อน คนไทยอาบอุ่นตลอดปี

หลายคนอาจคิดว่า อากาศประเทศไทยร้อนขึ้นๆ ร้อนเอาๆ ร้อนไม่สนฤดูกาลขนาดนี้ แล้วคนไทยจะซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นน้อยลงไหม?

‘โรลันด์’ บอกว่า อากาศที่ร้อนขึ้นมีผลต่อ ‘จังหวะการซื้อ’ ทำให้ฤดูหนาวที่เคยเป็นช่วงไฮซีซั่นของตลาดเครื่องทำน้ำอุ่นไม่ได้เป็นไฮซีซั่นเหมือนกับเมื่อก่อน แต่ลูกค้าไม่ได้เลิกใช้เครื่องทำน้ำอุ่นไปเลย เพราะลูกค้าจำนวนมากใช้น้ำอุ่นเป็นประจำอยู่แล้ว เพื่อความสบายและการผ่อนคลาย ไม่ได้ใช้เพราะอากาศหนาวเพียงอย่างเดียว

ผู้บริหารของ สตีเบล เอลทรอน ยังเล่าต่อว่า เทียบกับ 10 ปีก่อน ‘เครื่องทำน้ำอุ่น’ ได้เปลี่ยนจากสินค้าที่ลูกค้าจะนึกถึงเฉพาะฤดูหนาวมาเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าใน ‘ชีวิตประจำวัน’ แบบตลอดทั้งปีมากขึ้น

‘ห้องน้ำ’ กลายเป็น ‘พื้นที่ส่วนตัว’ คนเลือก ‘อาบอุ่น’ เพื่อผ่อนคลาย

แม้ว่าอากาศภายนอกของประเทศไทยจะร้อน แต่ลูกค้าจำนวนมากใช้ชีวิตใน ‘ห้องปรับอากาศ’ จึงเลือกอาบน้ำอุ่นเพื่อความสบาย อีกอย่างคือ ‘ห้องน้ำ’ ยังเปลี่ยนจาก ‘พื้นที่ใช้งานทั่วไป’ ไปเป็น ‘พื้นที่ส่วนตัว’ ที่หลายๆ คนใช้สำหรับการพักผ่อน

ผู้บริโภคจึงมอง ‘เครื่องทำน้ำอุ่น’ เป็นมากกว่ามากกว่าประโยชน์ใช้สอย สะท้อนว่าสินค้ากลุ่มนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนไทยไปแล้ว ดูได้จาก ‘ยอดขายเครื่องทำน้ำอุ่นในไทย’ แบ่งเป็นครึ่งปีแรกประมาณ 45% และครึ่งปีหลังประมาณ 55% เห็นชัดมากว่า ไม่ได้แตกต่างกันมากอย่างที่หลายคนเข้าใจ ดังนั้น ตลาดจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากการพึ่งพายอดขายเฉพาะฤดูหนาว ไปสู่การทำตลาดตลอดทั้งปีแทน

‘สตีเบล เอลทรอน’ คิดแผนสู้กลับ เน้นอาบอุ่นผ่อนคลาย 

ด้วยสถานการณ์แบบนี้ ‘สตีเบล เอลทรอน’ จึงปรับจากแข่งขันด้านราคา หันมาเน้นเพิ่มคุณค่าให้สินค้าแทน ทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยี ความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และประสบการณ์ใช้งาน เรียกว่า นำเสนอทั้ง Functional – Emotional Value และความคุ้มค่าระยะยาวไปเลยพร้อมๆ กันมากขึ้น

อย่างเครื่องทำน้ำอุ่นซีรีส์เรือธงรุ่นใหม่ X-Series ที่ได้รับการออกแบบให้เป็น ‘It’s Time to Pause’ หรือเป็นช่วงเวลา ‘หยุดพัก’ เพื่อดูแลตัวเองทั้งกายและใจ เน้นออกแบบให้เข้ากับผู้ใช้ชาวเอเชีย แถมยังมีเทคโนโลยีเพิ่มความสะดวก มีระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ และออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

โดยคาดว่าการเปิดตัว X-Series จะช่วยรักษายอดขายผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องทำน้ำอุ่นของบริษัทได้ ท่ามกลางสภาวะตลาดท้าทายแบบนี้

ขณะเดียวกัน ก็ยังเดินหน้ากลยุทธ์เปิดตัวสินค้าใหม่เพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอโซลูชันน้ำ สำหรับตลาด B2C และ B2B ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืน เพื่อตอกย้ำเป้าหมายในการก้าวสู่ Lifestyle Water Solutions Brand ด้วย

ทั้งนี้ ปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด มียอดขายรวม 1,380 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า โดย ‘เครื่องทำน้ำอุ่น-เครื่องทำน้ำร้อน’ ยังคงเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก คิดเป็นสัดส่วน 77% ของยอดขายทั้งหมด และเติบโตถึง 15% เทียบกับปีก่อนหน้า

และบริษัทคาดว่า จะสามารถปิดปี 2569 ด้วยยอดขาย 1,410 ล้านบาท เติบโตสวนแนวโน้มตลาด โดยแบ่งเป็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายในประเทศในสัดส่วน 80% ของยอดขายทั้งหมด และการส่งออกในสัดส่วน 20% นั่นเอง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา