
สื่อไต้หวันหลายสำนักรายงานว่า เจ้าหน้าที่ไต้หวันได้บุกจับกุมตัวชายชาวไต้หวัน ข้อหาต้องสงสัยว่าฆ่าแฟนสาวชาวไทย และนำศพไปเก็บไว้ในตู้แช่แข็งในที่ทำงานของเขา
ตำรวจระบุว่า พบศพหญิงสาวระหว่างการค้นหาในเมืองไทจง เช้าตรู่วันเสาร์ที่ 19 กันยายน หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานในคดีดังกล่าวได้ จากนั้นจึงติดตามตัวและจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นชายชาวไต้หวัน อายุ 43 ปี แซ่อู๋
ตำรวจเปิดเผยว่า จากผลการสอบสวนเบื้องต้น ชี้ว่าหญิงสาววัย 36 ปีรายนี้ ซึ่งระบุว่าชื่อ “อาร์ท” เสียชีวิตเนื่องจากการถูกบีบคอ ส่วนตัวนายอู๋ได้ถูกนำส่งไปยังสำนักงานอัยการเขตไทจง เพื่อดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว
ตำรวจเปิดเผยว่า นายอู๋คบกับสาวไทยรายนี้ขณะเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทย และทั้งคู่คบหากันมาเป็นเวลาประมาณ 1 ปี โดยทั้งคู่เคยมีปากเสียงทะเลาะกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่ตำรวจไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด
ข้อมูลจากการสอบสวนพบว่า เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มมีปัญหา ฝ่ายหญิงจึงได้เดินทางไปไต้หวัน เพื่อขอยุติความสัมพันธ์ โดยเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านซีเหมินติงของไทเป เมื่อวันที่ 2 กันยายน และได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยกับฝ่ายชาย ขณะพักอยู่ที่โรงแรมที่พัก หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นหรือติดต่อเธอได้อีกเลย
โดยตามกำหนดเดิม เธอจะต้องเช็กเอาต์ออกจากโรงแรมในวันจันทร์ แต่ทางครอบครัวไม่สามารถติดต่อเธอได้ และเธอไม่ได้เดินทางกลับประเทศจึง ทางครอบครัวจึงขอให้เพื่อในไต้หวันช่วยแจ้งความคนหายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
สถานีตำรวจเขตว่านหัวระบุว่า เพื่อนชาวไต้หวันของหญิงสาวได้แจ้งความคนหายตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 กันยายน และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้กับโรงแรม ตำรวจสามารถระบุตัวนายอู๋ว่า เป็นชายที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย โดยพบภาพนายอู๋เดินเข้าไปในโรงแรม เมื่อวันที่ 12 กันยายน และเดินออกมาในเช้าตรู่วันถัดมา พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ และได้นำกระเป๋าเดินทางเก็บไว้ที่กระโปรงหลังรถ ก่อนจะขับออกไปยังเมืองไทจง ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของนายอู๋ ที่ทำงานอยู่ในตำแหน่งงานด้านธุรการที่บริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง
ตำรวจระบุว่ากระเป๋าเดินทางใบดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัย เนื่องจากเคยมีการใช้กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ เพื่อขนย้ายศพในคดีฆาตกรรมคดีอื่นมาก่อนหน้านี้
โดยตำรวจได้ควบคุมตัวนายอู๋ เมื่อวันที่ 18 กันยายน ในฐานะผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดทางอาญา ระหว่างการสอบปากคำ ซึ่งนายอู๋ให้การรับสารภาพว่าเขาบันดาลโทสะ หลังจากที่ฝ่ายหญิงขอเลิก จึงได้ลงมือบีบคอเธอจนเสียชีวิต
นายอู๋ยังบอกกับตำรวจว่า เนื่องจากเขาทำงานด้านธุรการและโลจิสติกส์ให้กับบริษัทเทคโนโลยี จึงสามารถนำศพของเธอไปซ่อนไว้ในตู้แช่แข็งที่บริษัทเช่าไว้ใช้งานได้
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเขตว่านหัวได้คุมตัวนายอู๋ไปยังที่ทำงานในเมืองไทจง เมื่อวันที่ 19 กันยายน และพบศพของหญิงสาวในตู้แช่แข็งดังกล่าว หลังจากแพทย์นิติเวชจากสำนักงานอัยการได้ทำการชันสูตรพลิกศพแล้ว ตำรวจก็ได้นำตัวนายอู๋กลับไปยังไทเป และส่งตัวให้สำนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรมต่อไป




