‘อนุทิน’ ยันรบ.มีเสถียรภาพ เมินฝ่ายค้านเว้นซักฟอกพท. ลั่นไม่หนีสภา-ตร.จ่อหมายเรียกไอซ์-เพจดัง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คุยกับครม.อนุทิน” ถึงสถานการณ์การเมืองและการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 7-11 ธันวาคมนี้ ว่า ไม่เคยหนีสภาและเวลานี้ควรจะอยู่บนบัลลังก์ที่สภา เพื่อฟังการอภิปรายไว้วางใจของฝ่ายค้าน แต่เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาพรรคฝ่ายค้านไม่สามารถตกลงได้ และที่จริงเวลาไม่ใช่ปัญหาเพราะทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาตนไม่ได้ไปไหน และกำชับรัฐมนตรีทุกคนไว้แล้วห้ามเดินทางไปไหน แต่เมื่อการกำหนดเวลาไม่ลงตัวกลับมีข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลหนีสภา ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

“ยืนยันว่าไม่มีเล่นแง่ และการเดินทางไปพบผู้นำประเทศต่างๆที่ฝ่ายค้านบอกว่าเดินทางไปต่างประเทศแล้วได้อะไร เวลานี้ได้มา 1.7 ล้านล้านบาท ได้การส่งออกเพิ่มขึ้น 20% ได้การลงทุนและการขยายกำลังการผลิตของบริษัท ที่กำลังลังเลว่าจะไปหรือไม่ไปจากประเทศไทย รัฐบาลชุดนี้ไปบอกว่าให้เชื่อมั่นประเทศไทยและอย่าไป รวมถึงเปลี่ยนความเชื่อถือของสถาบันการจัดลำดับความน่าเชื่อถือ จากที่มองภาพลบกลายเป็นมีเสถียรภาพ“

ส่วนการที่ไม่เข้าสภา เพราะมีภารกิจ ถ้าไม่มีภารกิจก็เข้า ที่บอกว่าไม่ไปตอบกระทู้เพราะว่ามีรองนายกฯที่มอบหมายงานและนโยบายไว้แล้ว หากกระทู้ถามตรงกับรัฐมนตรีคนไหน เขาก็ไปตอบ หรือถ้าเป็นข้อกฎหมายเชิงลึก ก็ต้องมอบหมายนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นผู้ไปตอบ ยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรที่ขาดตกบกพร่องจากความรับผิดชอบที่ทำอยู่ในฝ่ายบริหารต้องบริหารประเทศ และมอบหมายรัฐมนตรี ไปปฏิบัติภารกิจที่รัฐบาลพึงกระทำ

นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ว่ารัฐบาลกับฝ่ายค้านจะเห็นต่างกันเพียงใด การบริหารประเทศต้องมาก่อนเกมการเมือง การเมืองสำหรับตนไม่ใช่แม้แต่ลำดับสอง แต่เป็นเรื่องท้ายๆ หากต้องเลือกระหว่างการตอบโต้ทางการเมืองกับภารกิจที่สร้างประโยชน์ให้ประเทศ จะเลือกอย่างหลัง และการเล่นการเมืองที่บูลลี่ด้อยค่าและใช้วาทกรรม จะวางเป็นลำดับท้ายสุดหรือไม่ควรวางด้วยซ้ำ และไม่ให้ความสำคัญตรงนั้น แต่จะเอาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาพูดกับประชาชน ซึ่งมาตรฐานการทำงานของฝ่ายค้าน ขอยกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นตัวอย่าง

Advertisement

นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนที่มีเพจพูดเรื่องของค่าน้ำชา7ล้านบาทะดำเนินคดีเพื่อให้หลาบจำ ถ้ากล่าวหาว่าตนบริหารบ้านเมืองไม่ดี ไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาได้ ตรงนี้จะไม่ฟ้อง แต่ถ้ามากล่าวหาว่าตนมีเงิน 7ล้านบาท อยู่ในบัญชีธนาคารกสิกรไทย เพื่อเป็นค่าน้ำชา ตรงนี้ฟ้องเพราะไม่ใช่การตรวจสอบการทำงานแต่เป็นเรื่องของการกล่าวหาให้ร้ายหมิ่นประมาท และทำให้ผู้คนเข้าใจผิด และอย่าอ้างแก้เกี้ยวว่าแชร์เพื่อตรวจสอบ เพราะวิธีการตรวจสอบมีอีกเยอะ การกระทำตรงนี้สะท้อนวุฒิภาวะ ประสบการณ์ และทัศนคติสภาพจิตใจ เชื่อว่าลึกๆเขาก็เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องจริงแต่เอาการเมืองมาเอามานำบ้านเมือง เพื่อที่จะบูลลี่ไม่ได้

ส่วนที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าไม่อภิปรายพรรคเพื่อไทย เป็นการเสี้ยมให้แตกกันในรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คิดทำไมให้ปวดหัว เพราะรัฐบาลยังมีเสถียรภาพ และไม่ได้ทำอะไรให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติ แต่ทำสิ่งที่ให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์สูงสุด จึงไม่กังวลว่าจะเลือกอภิปรายใครหรือเว้นใคร หากฝ่ายค้านจะอภิปรายตนเพียงคนเดียว ก็ถือว่าครอบคลุมความรับผิดชอบของคณะรัฐมนตรีทั้งหมดแล้ว

พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผกก.สน.ทองหล่อ ให้สัมภาษณ์กรณีนายอนุทิน มอบหมายทนายความเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายชัยรัตน์ เจ้าของเพจ Godd Dam และ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เนื่องจากเพจดังกล่าวเผยแพร่สลิปโอนเงินปลอม มูลค่า 7 ล้านบาท ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ว่า เบื้องต้นอยู่ระหว่างการรอสอบปากคำพยานฝั่งผู้ร้องทุกข์เพิ่มเติมอีก 1 ปาก หากการสอบปากคำพยานปากดังกล่าวเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว พยานหลักฐานก็น่าจะเพียงพอสำหรับการดำเนินการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองรายมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

วันเดียวกันที่โรงแรม Pemako กรุงทิมพู ราชอาณาจักรภูฏาน นายอนุทินเข้าร่วมพิธีลงนามและแลกเปลี่ยนเอกสารความร่วมมือระหว่างไทยกับภูฏาน 3 ฉบับ ได้แก่ 1. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านสาธารณสุข ระหว่างกระทรวงสาธารณสุขของทั้งสองประเทศ 2. บันทึกความเข้าใจต่อเนื่องระหว่างธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กับธนาคารเพื่อการพัฒนาภูฏาน จำกัด (BDBL) และ3. บันทึกการหารือด้านความร่วมมือพลังงานสะอาด ระหว่างสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) กระทรวงการคลัง และบริษัท Norion Renewable Energy Limited