
เมื่อวันที่ 13 เมษายน รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาและอิหร่านเจรจาสันติภาพกันต่อไปเพื่อยุติความขัดแย้งเป็นการถาวร หลังจากการเจรจาโดยตรงระหว่างสองฝ่ายที่ประเทศปากีสถานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาประสบความล้มเหลว
“เราขอเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเจรจาต่อ เพื่อนำไปสู่การยุติความขัดแย้งอย่างถาวร และสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในภูมิภาค” แถลงการณ์ของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนระบุ ซึ่งมีขึ้นหลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิกอาเซียน ได้ประชุมกันผ่านระบบออนไลน์ โดยมีฟิลิปปินส์ ประธานอาเซียนในปีนี้เป็นประธานการประชุม เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนยังเรียกร้องให้มีการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงอย่าง “เต็มที่และมีประสิทธิภาพ” เพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิตเพิ่มเติมในความขัดแย้งที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
รอยเตอร์รายงานด้วยว่า รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนยังเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูการสัญจรที่ปลอดภัย โดยปราศจากอุปสรรค และต่อเนื่องของเรือและอากาศยานในช่องแคบฮอร์มุซ
แถลงการณ์ของกลุ่มรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนยังเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ขู่จะปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญเส้นทางหนึ่งของโลกโดยส่วนใหญ่ขนส่งมายังประเทศในเอเชีย หลังการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านล้มเหลวซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้สงครามอิหร่านที่ขณะนี้เข้าสู่สัปดาห์ที่ 7 ขยายวงกว้างขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกมากยิ่งขึ้น




