ผลงานเยี่ยม! จอมพลังพาราไทย กวาด 54 เหรียญ ศึกนานาชาติ เอเชีย-โอเชียเนีย

การแข่งขันกีฬายกน้ำหนักคนพิการรายการ “แบงค็อก 2026 เอเชีย-โอเชียเนีย โอเพ่น แชมเปี้ยนชิพส์” ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ถือเป็นทัวร์นาเมนต์สำคัญรายการบังคับเพื่อเก็บคะแนนสะสมคว้าสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันเอเชี่ยนพาราเกมส์ 2026 ที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น เดือนตุลาคมนี้ รวมถึงต่อยอดสู่เป้าหมายสูงสุดพาราลิมปิกเกมส์ 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ปีนี้แม้มีปัญหาสงครามความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ยังปะทุอยู่ แต่กระแสตอบรับดี มีทัพจอมพลังชายหญิงมากถึง 249 คน จาก 23 ประเทศเข้าร่วม ระหว่างวันที่ 7-12 เมษายน 2569 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

หลังชิงชัยกันมา 6 วันเต็ม ในที่สุดรูดม่านลงเรียบร้อยราบรื่น จนได้รับคำชื่นชมจากทาง สหพันธ์ยกน้ำหนักคนพิการโลก หรือ World Para Powerlifting (WPPO) ทั้งมาตรฐานการจัดแข่งขัน, สถานที่แข่งขัน, ที่พัก, สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งการต้อนรับด้วยรอยยิ้มมิตรไมตรีจิตและให้การดูแลอย่างเต็มที่นับตั้งแต่สนามบิน จนถึงที่พัก

ด้านภาพรวมผลงานทัพนักกีฬาทีมชาติไทย ส่งชิงชัย 23 ชีวิต ประกาศศักดาอย่างยิ่งใหญ่ในบ้านเกิด ช่วยกันกวาดเหรียญรางวัลรวมมาได้ทั้งหมด 54 เหรียญ แบ่งเป็น 19 เหรียญทอง 19 เหรียญเงิน 16 เหรียญทองแดง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานสุดเฟอร์เฟกต์ คลาสใหญ่สุด รุ่นทั่วไป ระดับอีลิท จอมพลังไทยช่วยกันคว้ามาได้ 8 เหรียญทองแดง จากรุ่น 55 กก. หญิง “แบม” กมลพรรณ กระราชเพชร เจ้าของเหรียญทองแดง พาราลิมปิกเกมส์ 2024, เหรียญทองแดงพารา เวิลด์คัพ 2025 และดีกรีเหรียญทองอาเซียนพาราเกมส์ 2025 คว้ามาได้ 4 ทองแดง อีเวนต์น้ำหนักที่ดีที่สุด เบสท์ลิฟเอเชีย, เบสท์ลิฟโอเพ่น สถิติ 107 กก. และน้ำหนักรวมเอเชียกับน้ำหนักรวมโอเพ่น 315 กก.

Advertisement

ส่วนอีก 4 เหรียญทองแดง ได้จาก จอมพลังสาวรุ่นเก๋ามากประสบการณ์ รุ่น 79 กก. หญิง “เอ๋” อรวรรณ บุตรโพธิ์ จากอีเว้นต์ น้ำหนักที่ดีที่สุด เบสท์ลิฟเอเชีย, เบสท์ลิฟโอเพ่น สถิติ 109 กก. และน้ำหนักรวมเอเชียกับน้ำหนักรวมโอเพ่น 321 กก.

นอกจากนี้ ทัพนักกีฬาไทย ยังได้เหรียญเพิ่มในรุ่นอื่นๆ ได้แก่ รุ่น Legend (อายุ 45 ปีขึ้นไป) 7 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน 8 เหรียญทองแดง จาก สมศักดิ์ ค้าขึ้น (รุ่น 97 กก.) 4 เหรียญทอง, พงศกร ชุมชัย (รุ่น 65 กก.) 3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน, ทองสา มารศรี (รุ่น 80 กก.) 4 เหรียญเงิน, พิกุล พลโต (รุ่น 73 กก.) 4 เหรียญเงิน, หัด โหมดนอก (รุ่น 61 กก.) 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง, ณรงค์ แค่สนั่น (รุ่น 72 กก.) 4 เหรียญทองแดง, สมควร อนนท์ (รุ่น 61 กก.) 2 เหรียญทองแดง

รุ่น Rookie ดาวรุ่งแดนสยามช่วยกันคว้ามาได้มากถึง 12 เหรียญทอง ผลงานจาก ณรินทิพย์ อ่อนรัตน์ (รุ่น 86 กก.) 4 เหรียญทอง, สิรภัทร หมืนแก้ว (รุ่น +86 กก.) 4 เหรียญทอง, สราวุธ สันเทียะ (รุ่น 54 กก.) 4 เหรียญทอง และรุ่น Next Gen (18-20 ปี) ทำได้ 8 เหรียญเงิน จาก ธีรพล องสุพันธ์กุล (รุ่น 88 กก.) 4 เหรียญเงิน และประภาวัลย์ โพธิพระคุณ (รุ่น 73 กก.) 4 เหรียญเงิน

นายไมตรี คงเรือง นายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ภาพรวมของจอมพลังไทย ยอมรับว่าทีมไทยต้องพัฒนาเพิ่มอีกหลายรุ่น แต่สิ่งดีที่เห็นได้ชัดคือการพัฒนาของดาวรุ่งหน้าใหม่โชว์ฟอร์มทำผลงานได้ค่อนข้างดี เชื่อว่าหากพัฒนาอย่างต่อเนื่องแนวโน้มที่จะได้เห็นวงการยกน้ำหนักพาราไทยกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในอนาคตคงไม่ไกลเกินฝัน การจัดแข่งขันคราวนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ แม้จะมีปัญหาสงครามตะวันออกกลาง แต่มีเพียงชาติเดียวที่ถอนตัวไม่เข้าร่วมคือ อิหร่าน เท่านั้น

“ส่วนรายการต่อไปทางสมาคมมีแผนเตรียมจัดการแข่งขันสนุกเกอร์คนพิการชิงแชมป์โลก ที่ จ.นครราชสีมา เดือนมิถุนายน ซึ่งไทยเคนเป็นเจ้าภาพมาแล่ว 1 ครั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ที่ จ.นนทบุรี คาดว่า ต่อเนื่องเดือนกรกฎาคม เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเทเบิลเทนนิส ระดับชาลเลนจ์และอีลิท ซึ่งมีความสำคัญมากแมต์เก็บคะแนนสะสมอันดับโลก ลุ้นตั๋วพาราลิมปิกเกมส์และเป็นรายการให้ทัพลูกเด้งไทยได้ประลองฝีมือก่อนลุยศึกเอเชียนพาราเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่นเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเป้าหมายที่หวังไว้อย่างน้อย 5 เหรียญทอง”

สำหรับภารกิจต่อไปของทัพนักกีฬายกน้ำหนักคนพิการทีมชาติไทย เข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อม ก่อนลุยมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 18-24 ตุลาคม 2569 โดยยกน้ำหนักเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่ทางสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ หวังคว้าเหรียญรางวัล เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่ประกาศกร้าวหวังคว้ามากสุด 28 เหรียญทองจากส่งชิงชัย