
เมื่อวันที่ 13 เมษายน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม เงียบหาย ไม่ยอมออกมาตอบชี้แจงกรณีถูกนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงกับ “เสี่ยตือ” ในเรื่องไอ้โม่งกักตุนน้ำมันหรือไม่ ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนว่า กรณีนี้นายพิพัฒน์ไม่สามารถหลบเลี่ยง ปฏิเสธการตอบคำถาม การที่นายพิพัฒน์มีตำแหน่งเป็นรองนายกฯ และเคยเป็นถึงผู้ที่บริหารจัดการเรื่องวิกฤตพลังงาน ถูกอภิปรายกลางสภาในวันทำหน้าที่วันแรก คือวันที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่ตอบข้อซักถามกลางสภาก็เรื่องหนึ่ง แต่ไม่ชี้แจงต่อสาธารณะเงียบหายเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง อยากให้นายพิพัฒน์ออกมาสื่อสารว่าคุณจะยอมรับ หรือปฏิเสธ กรณีถูกพาดพิงอย่างไร ต้องออกมาตอบคำถามสังคม ไม่อย่างนั้นประชาชน คนในสังคมจะเข้าใจผิดได้ว่าคนตามล่าไอ้โม่ง กับไอ้โม่งอาจคือคนคนเดียวกันหรือไม่
นายณัฐชากล่าวว่า การเงียบ ในขณะที่ทุกคนกำลังหาตัวผู้กระทำความผิด หาตัวผู้ที่กำลังเอาเปรียบสังคม ในช่วงเวลาประเทศอยู่ในวิกฤต ดังนั้น นายพิพัฒน์ยิ่งเงียบ ไม่ตอบคำถาม ยิ่งเป็นชนวนเหตุทำให้รัฐบาลนี้อายุสั้นลง และกรณีนี้จะเป็นเหตุลามไปถึงเรื่องความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ตนบอกว่ารัฐบาลนี้นโยบายเขียนมาดี ยอมรับ ชื่นชมให้ด้วย แต่ใครเขียนนั้นไม่ทราบ ทว่า การไม่ยอมสื่อสารในประเด็นที่ประชาชนสงสัยเลยก็ยิ่งลดทอนความน่าเชื่อถือ และเมื่อรัฐบาลขาดความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะมีวิกฤตอะไรต่อจากนี้เป็นต้นไป ก็จะไม่สามารถแก้สถานการณ์ได้แล้วเหมือนที่ตนอภิปรายเอาไว้ว่าเขายิงกันที่ตะวันออกกลาง แต่ประเทศไทยในเอเชียโกลาหลก่อนเป็นประเทศแรก ทั้งๆ ที่เพื่อนบ้านเรายังไม่ถึงขนาดนั้นมันเกิดจากความมั่นใจของประชาชนต่อวิกฤตว่าผู้นำของประเทศเรา ณ ขณะนี้สามารถแก้ปัญหาให้เขาได้หรือไม่
นายณัฐชากล่าวต่อว่า นี่คือเรื่องสำคัญที่จะเตือนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ไว้ว่าถ้ายังจะใช้งานนายพิพัฒน์ต่อ ต้องให้นายพิพัฒน์เร่งสร้างความน่าเชื่อถือต่อ ครม.และรัฐบาลชุดนี้ให้เร็วที่สุด จะใช้เทคนิควิธีการเงียบอย่างเดียว คิดว่าจะสยบความเคลื่อนไหวแก้ปัญหาสถานการณ์นี้ได้ ตนคิดว่าไม่สามารถทำได้ เพราะนี่คือความเดือดร้อนของประชาชนทุกวันนาทียิ่งทอดเวลานานนานไปเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้พี่น้องประชาชนเพิ่มความโกรธ





