
เมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงเทพ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการเชิงประเด็นการจัดสวัสดิการสังคมเพื่อความมั่นคงของประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ได้ลงพื้นที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ รับฟังเสียงสะท้อนปัญหาจากกลุ่มผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารัฐไทยไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ โดยเฉพาะเบี้ยผู้สูงอายุที่ไม่ได้ขึ้นมา 16 ปีแล้ว ที่ผ่านมาประเทศเผชิญวิกฤตมากมาย กลุ่มที่ถูกซ้ำเติมที่สุดก็คือผู้สูงอายุ ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว คาดว่าอีก 1-2 ปีข้างหน้าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุขั้นสุด หรือซุปเปอร์เอจ โซไซตี้ ซึ่งหมายถึง 1 ใน 4 ของประชากรไทยเป็นผู้สูงอายุ
นายณัฐชากล่าวว่า แต่การเตรียมความพร้อมรองรับยังไม่ดีเท่าที่ควร โดยมีผู้สูงอายุ 14 ล้านคน แต่ในกลุ่มนี้ขาดรายได้ถึง 8 ล้าน 7 แสนคน อีก 2 ล้าน 9 แสนคน มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี สะท้อนว่าประชาชนกลุ่มนี้ต้องต่อสู้ด้วยตนเอง และเป็นภาระวัยแรงงานซึ่งขณะนี้ถือว่าขาดแคลน
นายณัฐชากล่าวต่อว่า ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติการทำงานปีนี้จะเดินหน้าผลักดันสวัสดิการของรัฐเพื่อจัดสรรให้ประชาชน ไม่ใช่เพียงลดแลกแจกแถม หรือให้เงินเป็นครั้งคราว แต่จะต้องมีมาตรการรับมือสังคมผู้สูงอายุเป็นรูปธรรม เช่น ศูนย์ดูแลเดย์แคร์ กรณีที่กลุ่มแรงงานไม่สามารถอยู่ดูแลผู้สูงอายุได้ และผู้สูงอายุจะไปอยู่ที่ไหน อาจเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบรายเดือน หรือเดย์แคร์ แต่ปัจจุบันมีเพียง 12 แห่งทั่วประเทศ แต่ละแห่งรองรับผู้สูงอายุได้ไม่เกิน 2,000 คน แต่ถ้าเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุ 14 ล้านคนในตอนนี้ รัฐไม่สามารถดูแลได้ แต่ขณะเดียวกันมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเอกชน ประมาณ 1,000 แห่ง แต่ละแห่งมีค่าใช้จ่ายต่างกัน ไม่สอดคล้องกับรายได้ของผู้สูงอายุ และรายได้ของวัยแรงงานที่ดูแลผู้สูงอายุ
“วันนี้เราต้องปักหลักให้มั่นว่าปัจจุบันควรจัดสรรงบประมาณเพื่อประชากร 1 ใน 4 ของประเทศคือกลุ่มผู้สูงอายุ แต่งบประมาณได้รับเพียงเศษเสี้ยวไม่ถึงแสนล้านบาท นี่คือสิ่งที่ควรเร่งรัดพิจารณาโดยด่วน ซึ่งในสภาไม่ว่าพรรคการเมืองไหน ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล หากปิดสีเสื้อ ปิดชื่อพรรค ฟังจากการประชุมสภาสมาชิกทุกพรรคต่างเรียกร้องเงินผู้สูงอายุ สิทธิผู้สูงอายุ ว่าประเทศไทยดูแลดีเท่าที่ควรหรือไม่” นายณัฐชากล่าว
นายณัฐชายังกล่าวถึงการจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดูเป็นหลัก ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เกาะติด สถานการณ์ที่จะต้องดูแลกลุ่มเปราะบางท่ามกลางวิกฤต ซึ่งจะต้องดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ถูกซ้ำเติมว่าจะมีมาตรการอย่างไร
“ไม่ใช่การตัดเสื้อโหลแจก 100 บาทเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แล้วบอกว่าทำแล้ว ไม่ได้ เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ต้องการการดูแล ซึ่งเป็นผู้เสียภาษีตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ควรได้รับการดูแลอย่างเป็นเกียรติ เต็มศักดิ์ศรีมากกว่านี้” นายณัฐชากล่าว
นายณัฐชากล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องให้กระทรวง พม.กล้าชน หยิบยกเรื่องนี้มาพูดบนโต๊ะ ครม.เพื่อนำเสนองบประมาณ เพราะปัจจุบันงบประมาณกระทรวง พม.ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ไม่มีงบบริหารจัดการ ไม่มีงบลงทุน และไม่มีงบจัดสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุ พรรคฝ่ายค้านพร้อมสนับสนุนหากโครงการเหล่านี้เกิดขึ้นในปี 2570





