สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองทัพรัสเซียยังคงถล่มโจมตีหลายเมืองใหญ่ของยูเครน รวมถึงกรุงเคียฟ อันเป็นเมืองหลวงในวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 3 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุเพียง 12 ปีหนึ่งราย และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 20 ราย นอกเหนือจากอาคารหลายแห่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก
นายวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ กล่าวว่า การโจมตีกรุงเคียฟ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยเป็นเด็ก 1 ราย และหญิงอายุ 35 ปีอีกหนึ่งราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 10 ราย โดยขีปนาวุธลูกหนึ่งถูกยิงโดนชั้น 6 ของอพาร์ตเมนต์หลังหนึ่งในเขตโปดิล ตอนกลางกรุงเคียฟ

มีรายงานผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ในเหตุโจมตีเมืองดนีโปร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน ซึ่งทำให้อาคารที่พักอาศัยหลายหลังเกิดไฟลุกไหม้ได้รับความเสียหายหนัก
ขณะเสียงสัญญาณเตือนภัยการโจมตีทางอากาศดังระงมทั่วกรุงเคียฟและเมืองดนีโปรนานกว่า 2 ชั่วโมงหลังการประกาศเตือนภัยการโจมตีของรัสเซียจากทางการยูเครน
กองทัพอากาศยูเครนเปิดเผยในวันเดียวกันว่า กองทัพสามารถยิงทำลายขีปนาวุธของรัสเซียได้ 31 ลูก และโดรนอีก 636 ลำ ที่ถูกส่งเข้ามาโจมตีในดินแดนยูเครนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ในช่วงเวลานั้น ฝ่ายศัตรูได้เปิดฉากโจมตีแบบผสมผสานถึงสองระลอกในดินแดนยูเครน โดยใช้ขีปนาวุธภาคพื้นดินและขีปนาวุธจากอากาศ รวมถึงโดรนโจมตีด้วย” กองทัพอากาศยูเครนระบุ




