ศก.จีนโต 5% ช่วงไตรมาสแรก แม้โลกปั่นป่วน เซ่นสงครามอิหร่าน

เอกสารจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 เมษายน ระบุว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศจีนในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ขยายตัวอยู่ที่ 5% จากปีที่แล้ว สะท้อนว่าสงครามในอิหร่านไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจจีนอย่างที่หลายคนคาดการณ์ไว้

ก่อนหน้านี้ โพลสำรวจของรอยเตอร์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมจะอยู่ที่ 4.8% และดีกว่าอัตราการเติบโตช่วงไตรมาส 4 ของปีที่แล้วที่ 4.5% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนในเดือนมีนาคมเติบโตขึ้น 5.7% สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ยังต่ำกว่าช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ซึ่งอยู่ที่ 6.3% ส่วนยอดการค้าปลีกในเดือนมีนาคมอยู่ที่ 1.7% ลดลงจากช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ที่ 2.8%

นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจีนจะทนต่อผลกระทบจากสงครามอิหร่านได้ในระยะสั้น แม้ว่าสงครามดังกล่าวจะทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น และกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก แต่นักการเงินมองว่าในระยะยาว ภาคการส่งออกของจีนอาจได้รับความเสียหายจากสงครามในตะวันออกกลาง

ลินน์ ซอง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายจีนแผ่นดินใหญ่ของธนาคาร ING ประเทศเนเธอร์แลนด์ ให้ความเห็นว่า “การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนจะได้เจอกับแรงสั่นสะเทือนในช่วงครึ่งของปี หากสงครามลากยาวออกไปและราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น”

ด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ยังปรับลดการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจจีนในปีนี้เหลืออยู่ที่ 4.4% เช่นเดียวกับผู้นำจีนที่ตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2026 อยู่ที่ 4.5% – 5% ต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 1991

Advertisement

เอสวาร์ ปราสาท ศาสตราจารย์ด้านนโยบายการค้าและเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนลกล่าวว่า หากไม่มีข้อยุติของสงครามอิหร่านโดยเร็วก็อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังภาคการส่งออกของจีน