
นายจิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน ONE Championship ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยทนายความ เดินทางไปที่ศาลจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 16 เมษายน เพื่อยื่นฟ้อง รถถัง จิตรเมืองนนท์ นักมวยไทยชื่อดัง ในข้อหาหมิ่นประมาทที่ส่งผลเสียหายต่อองค์กร เป็นจำนวนเงิน 542 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้เป็นตัวเลขฟ้องร้องในประเทศไทย
นายจิติณัฐเปิดเผยว่า เรามาที่ศาลนนทบุรีเพื่อแจ้งเรื่องของการหมิ่นประมาทที่ส่งผลเสียหายต่อ ONE Championship ส่วนตัวเลขฟ้องร้อง 640 ล้านบาท ปัจจุบันเราดำเนินการ 3 ประเทศคือ ไทย, ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ในส่วนคดีหมิ่นประมาท ถ้าเกิดการฟ้องร้องเกิดขึ้นความเสียหายอยู่ที่ 542 ล้านบาท ของประเทศอื่นๆ ทางทีมกฎหมายกำลังดำเนินการอยู่ในแต่ละประเทศ ซึ่งตัวเลขอาจจะแตกต่างกันบ้าง
นายจิติณัฐกล่าวเพิ่มเติมถึงประเด็นการขึ้นชกกับ ทาเครุ เซกาวะ ยอดมวยญี่ปุ่น ในศึก ONE Samurai 1 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 29 เมษายนนี้ว่า ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จนกว่าจะถึงวันอีเวนต์ว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนกำหนดเดินทางของรถถังเป็นเรากำหนด
ขณะที่ นพมาศ ธรรมธีรเดโช ทนายความ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่รถถังอ้างเรื่องอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกจึงเซ็นสัญญาไปนั้น เรื่องอ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ไม่ถือว่าเป็นโมฆะทันที ต้องดูพฤติการณ์อื่นๆ ด้วย รถถังไม่ได้เซ็นสัญญาปี 2022 ครั้งแรก เขาเซ็นสัญญาครั้งแรกในปี 2018 ที่ผ่านมา เนื้อหาทั้ง 2 ฉบับ 99.99% แทบไม่ต่างกัน
“ถามว่าแล้วทำไมถึงมายกประเด็นลายมือชื่อตอนนี้ การที่คุณรถถังยืนยันว่าเซ็นหน้าสุดท้ายใบเดียว แต่ว่าที่ผ่านมา ONE Championship และรถถังปฏิบัติตามสัญญามาตลอด ดิฉันได้คุยกับรถถังเมื่อวันที่ 15 เมษายน ก็ถามว่าได้รับผลประโยชน์ตามสัญญาครบถ้วนไหม เขาบอกว่าครบถ้วน เมื่อครบถ้วนก็ไม่มีประเด็น ในฐานะทนายของวัน เราไม่มีนโยบายทำผิดกฎหมาย ลายมือชื่อที่ ONE Championship จะไปเซ็นปลอม หรือพนักงานของ ONE Championship จะไปปลอมลายมือชื่อของนักชกไม่มี เพราะอะไร ONE Championship มาด้วยเจตนาสร้างสรรค์นักมวยไทยสู่มวยโลก นักชกมากมายอยากเข้าสัญญา ONE Championship เราไม่ต้องการบังคับใครเข้าสู่สัญญาวัน ไม่มี นักชกเซ็นด้วยตัวเอง ไม่มีเรื่องปลอม”
นพมาศ ธรรมธีรเดโช กล่าวอีกว่า เรายื่นฟ้องคดีแพ่งในข้อหาหมิ่นประมาท ซึ่งเราได้รับคำสั่งจาก ONE สำนักงานใหญ่ให้ดำเนินการเรื่องนี้ ทางเราพยายามรักษาน้ำใจกันมากที่สุดกับรถถัง เราดีด้วยกันตลอด ตั้งแต่สัญญาปี 2018 จนถึงปัจจุบัน ณ วันนี้ไม่มีปิดประตูไม่คุย แต่สถานการณ์ทำให้เราต้องหยุดชั่วคราวในการคุย เพราะสถานการณ์ไม่เป็นมิตรกันเท่าไร แต่ว่าจากนี้หากสถานการณ์เบาบางลง กระบวนการของศาล ศาลท่านจะมีแนวทางจะไกล่เกลี่ยอยู่แล้ว ถ้าสองฝ่ายต้องการยุติด้วยดี และวินวินกันทั้งคู่




