ปกรณ์วุฒิ ข้องใจ ป.ป.ช.สวนคำสั่งศาล ยกคำร้องศักดิ์สยาม หวังปูทางคืนเก้าอี้รมต.หรือเปล่า

เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความวิจารณ์กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องคดี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรณีซุกหุ้น หจก.บุรีเจริญฯ ซึ่งสวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่สั่งให้พ้นตำแหน่งไปก่อนหน้านี้ว่า

ต้องบอกอีกครั้ง ว่าผมเห็นด้วยว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันทุกองค์กรนั้น ผูกพันเฉพาะ “ผลคำวินิจฉัย” ส่วนคำอรรถาธิบายหลายสิบหน้าที่นำมาสู่ผลนั้น มิได้ผูกพันใดๆ

ดังนั้น แน่นอนว่า ในชั้น ป.ป.ช หากพิจารณาว่า คุณศักดิ์สยาม จงใจปกปิดทรัพย์สิน ซึ่งกรณีนี้คือหุ้นของ หจก.บุรีเจริญหรือไม่นั้น ต้องเริ่มต้นพิจารณาใหม่ โดยดูไปตามพยานหลักฐานทั้งหมดที่มี

ผมชวนมองแบบนี้ครับ กรณีนี้ตั้งต้นง่ายๆ คือเจตนาในการซื้อขายหุ้นเพื่อเปลี่ยนมือเจ้าของหุ้นนั้นมีจริงหรือไม่ และ เงินที่นำมาซื้อหุ้นนั้น เป็นของเจ้าของคนใหม่ จริงหรือไม่

ประการแรก : การขายหุ้น หจก.ที่มีรายได้ระดับนี้ มีความสามารถในการทำกำไรในอนาคต เนื่องจากมีประสบการณ์รับงานจากภาครัฐมามาก การขายหุ้นในสัดส่วนเกือบทั้งบริษัท ในราคาจดทะเบียนนั้น คนมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมายาวนานขนาดนี้ ย่อมรู้ว่า ไม่สมเหตุสมผลแม้แต่นิดเดียว

Advertisement

ประการที่สอง : หากลองไปอ่าน คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ  https://constitutionalcourt.or.th/occ_web/download/article/article_20240216074210.pdf
หน้าที่ 36-39 จะเห็นว่า เงินเกือบ 120 ล้าน ที่เจ้าของคนใหม่ อ้างว่าใช้เงินตัวเองในการมาซื้อหุ้นนั้น มีเอกสารหลักฐาน ที่บ่งชี้ว่า ต้นทางของเส้นเงิน มาจากทั้ง บ.ศิลาชัย , หจก.บุรีเจริญ หรือแม้กระทั่ง มาจาก คุณศักดิ์สยามเองด้วยซ้ำ

โดยหลักการ ป.ป.ช. ไม่จำเป็นต้องยึดตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

แต่แค่เพียง ป.ป.ช. ใช้เอกสารหลักฐานที่มาจาก ป.ป.ง. สถาบันการเงิน ฯลฯ ในการพิจารณา ก็คงเห็นอยู่แล้วว่า กรณีนี้ เป็นการจงใจ ใช้นอมินี เพื่ออำพรางความเป็นเจ้าของ และเจตนาปกปิดทรัพย์สิน หรือไม่

ผมจะรออ่านเอกสารฉบับเต็มที่ ป.ป.ช. แจ้งว่าจะชี้แจงเหตุผล

แต่หาก ป.ป.ช. ยกคำร้องเพียงเพราะแค่ “เชื่อ” ที่ผู้ถูกร้องบอกว่า เพิ่งรู้ว่าตนยังคงถือหุ้น หจก.นี้ หลังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้

เราคงต้องตั้งคำถามดังๆ กับ ป.ป.ช. ที่ปัจจุบัน ถูกเลือกมาโดย ส.ว.ชุดนี้ ที่มีคดีถูกกล่าวหาว่าเป็น “ส.ว.สีน้ำเงิน” อยู่ถึง 4 จาก 9 คน ว่าใช้มาตรฐานเดียวกันกับ “ทุกคำร้อง” ที่เข้าสู่ ป.ป.ช. หรือไม่

และคงต้องตั้งคำถามดังๆ ว่าหากทั้งหมดนี้ เป็นการโยนทิ้งทุกหลักการ เพื่อเพียงเป็นการปูทางให้ใครบางคน กลับมาเป็นรัฐมนตรีได้อีกครั้ง

เราจะยังหวังกับการปราบทุจริตอย่างจริงจัง กับองค์กรอิสระที่ชื่อว่า ป.ป.ช. ได้อยู่หรือไม่