เศรษฐกิจ-การเมืองในหม้อน้ำเดือด ลุ้นสารพัดคดี-แก้กลวิกฤตน้ำมัน

onlineหน้า1

เปิดฉากหลังสงกรานต์ การเมืองร้อนยิ่งกว่าอากาศเดือนเมษายน เพราะวิกฤตพลังงาน ลามค่าครองชีพ ยังถาโถมเข้าใส่รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่หยุดยั้ง

ไทยในฐานะที่นำเข้าพลังงาน 6.5% ของจีดีพี ก็ยังต้องจมอยู่กับพิษเศรษฐกิจ เพราะฐานการผลิตในตะวันออกกลางถูกโจมตี

ตามคำของ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ กล่าวในวาระแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ว่า วิกฤตน้ำมันแพงจะยังอยู่ไปอีก 1-2 ปี หากใช้เงินไม่ระมัดระวังอาจเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต

“รัฐบาลมีความกังวลถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดภาวะ Stagflation หรือภาวะที่เงินเฟ้อสูงควบคู่ไปกับเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั่วโลก รัฐบาลจึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตครั้งนี้ลุกลามจนซ้ำรอยวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540”

“วิกฤตครั้งนี้จะทำให้เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไปในหลายมิติ โดยเฉพาะมิติด้านพลังงานที่ยุคของน้ำมันราคาถูกจะไม่มีอีกต่อไปอย่างน้อย 1-2 ปีข้างหน้า เนื่องจากสงครามได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางไปมาก”

Advertisement

พิสูจน์ฝีมือ ภท.แก้วิกฤต

กระทรวงการคลังภายใต้ “เอกนิติ” ต้องงัดสารพัดมาตรการมาดูแลปากท้องประชาชน ก่อนจะลุกลามเกิดม็อบปากท้องลงถนน ขณะที่อีกหนึ่งรัฐมนตรีโควตานายกฯ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ แบกภาระการค้า-ขาย ยังต้องเอาตัวรอดจากการปรับขึ้นราคาสินค้า ตามต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น และยังต้องดูทิศทางลม Geopolitics การเมืองโลก

ต้องตั้ง “ซูเปอร์ดรีมทีม” ทั้งนักเศรษฐศาสตร์ นักรัฐศาสตร์ ขึ้นมาช่วยเป็นมันสมอง อาทิ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ เลขานุการบริษัท และกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม Executive Director, ASEAN Foundation, Jakarta นายณัฐ เหลืองนฤมิตชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Advertisememt

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร บริษัท หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตตัวแทนการค้าไทย ประจำสหภาพยุโรป ซึ่งได้รับการทาบทามให้เป็นคณะตัวแทนการค้าไทย

ขณะที่ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ต้องเดินเกมการทูตบินด่วนโอมานหลังสงกรานต์ เจรจาให้เรือไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แก้วิกฤตพลังงานขาด พร้อมทำงานหาแหล่งพลังงานใหม่ ร่วมกับ “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รมว.พลังงาน ที่ยังสาละวนกับการแก้ปัญหาราคาน้ำมัน

รัฐบาลอนุทิน 2 จะรับมือกับวิกฤตลากยาวนี้ได้หรือไม่ ท่ามกลางการแข่งขันชิงซีนในพรรคร่วมรัฐบาล ที่อาศัยจังหวะนายกฯ เมาหมัดวิกฤตน้ำมัน สร้างผลงานเป็นรูปในโซเชียลฯ แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ทุกครั้ง

คดี 44 สส.เขย่าพรรคส้ม

ฝ่ายค้าน – ฝั่งตรงข้ามรัฐบาลภูมิใจไทย อย่างพรรคประชาชน ถึงคราวอาจจะต้องเปลี่ยนตัวแกนนำพรรคอีกครั้ง เมื่อแกนนำ 10 สส.ของพรรคประชาชนกำลังจะติดบ่วงคดีแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง รวมกับ 34 อดีต สส.พรรคก้าวไกล รวมทั้งหมด 44 ชีวิต

ภายหลังที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเห็นชอบคำร้องให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม เนื่องจากเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง

อีกทั้งยังได้นำเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวมากำหนดไว้เป็นนโยบายในการหาเสียง การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ได้เป็นผู้ริเริ่มลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. โดยมีผู้ร่วมลงชื่อในญัตติที่เสนออีก 43 คน รวมเป็นผู้เสนอทั้งสิ้น 44 คน

9 เมษายน คือวันที่ ป.ป.ช.ใช้รถตู้ 3 คันขนเอกสารหลายพันหน้าไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อยื่นฟ้อง 44 สส. เมื่อศาลฎีกาประทับรับฟ้อง ทั้ง 44 สส.จะต้อง “หยุดปฏิบัติหน้าที่” ทันที ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 81 กำหนดว่า

“ในกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองประทับฟ้อง ตามมาตรา 77 ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคําพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น”

ใน 44 สส.พรรคก้าวไกล มี สส.ปัจจุบันของพรรคประชาชน 10 คน ประกอบด้วย 1.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ว่าที่ผู้นำฝ่ายค้าน 2. ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค 3.รังสิมันต์ โรม 4.วาโย อัศวรุ่งเรือง 5.ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 6.ณัฐวุฒิ บัวประทุม 7.สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ 8.ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ สส.แบบแบ่งเขตจำนวน 2 คน ธีรัจชัย พันธุมาศ และเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.

และส่งผลให้พรรคประชาชนต้องปรับโครงสร้างภายในพรรคใหม่ โดยเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าพรรค คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้าน

จับตาเปลี่ยนตัวผู้นำฝ่ายค้าน

วาโย อัศวรุ่งเรือง ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมาย และอีกหมวกหนึ่งคือ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่เป็น 1 ใน 44 สส.ที่ถูกยื่นฟ้อง กล่าวถึงการปรับโครงสร้างพรรคหากถึงที่สุดจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ว่า

“ใน 10 คนว่ากันตามตรงคนที่สำคัญสุดคือณัฐพงษ์ เพราะมีอีกหัวโขนหนึ่งคือผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งระบบรัฐสภาจะขาดผู้นำฝ่ายค้านไปไม่ได้ ถ้าออกมาเป็นผลร้ายต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จะต้องมีการจัดประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อปรับเปลี่ยนองค์กร เป็นการผลักภาระมาฝั่งพรรคประชาชน แต่ส่วนตัวเห็นว่ากระบวนการแบบนี้ไม่ถูก เพราะศาลต้องคาดหมายอยู่แล้วว่าการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ศาลสั่งใคร คือ สั่งผู้นำฝ่ายค้าน จะเป็นประโยชน์หรือโทษท่านก็ต้องไปพิจารณา”

ส่วนอีก 9 คนที่เหลือ เราเคยทำบรรทัดฐานไว้แล้วตอนยุบพรรคก้าวไกล จะไม่มีการพิพากษาตัวเองก่อนศาล และรู้อยู่แล้วว่าเป็นกระบวนการที่ผู้มีอำนาจอยากให้เราลาออก ในเมื่อเรารู้อยู่แล้วก็ไม่อยากที่จะทำตามฝ่ายผู้มีอำนาจ และเราไม่ได้ชนะการเลือกตั้ง เราเป็นฝ่ายค้าน

ดังนั้นจึงไม่สำคัญขนาดที่จะต้องลาออก และที่สำคัญคือการถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ทำให้ความเป็น สส.หมดไป เพียงแต่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในห้องประชุมสภา “พรรคก็จะประเมินว่าการให้ สส.10 คนนี้ทำหน้าที่อยู่ข้างนอกสภา โดยที่ยังมีหัวโขนความเป็น สส.อยู่หรือไม่ก็จะเป็นเรื่องหลังจากนี้ ส่วนเลขาธิการพรรคจะต้องเปลี่ยนตัวด้วยสาเหตุอื่น เพราะศรายุทธิ์ ใจหลัก เคยประกาศลาออกไปตั้งแต่มีผลเลือกตั้ง เชื่อว่าตำแหน่งเลขาฯ ก็มีการปรับเปลี่ยน แต่ไม่ได้เกี่ยวกับคดี 44 สส.” วาโยกล่าว

บัตรเลือกตั้งไม่ลับ เดิมพันรัฐบาล

เรื่องใหญ่อีกเรื่องคือ ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีบัตรเลือกตั้ง สส. ที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ในการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.2569 ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 มาตรา 34 มาตรา 50 (3) มาตรา 83 วรรคสอง มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224

ความคืบหน้าหลังจากรับคำร้อง ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), เลขาธิการ กกต., สำนักงาน กกต. ส่งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา และให้ผู้ร้องรวมถึงผู้ถูกร้องยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐาน และวิธีการได้มาซึ่งพยานหลักฐาน ภายใน 15 วัน โดยจะครบกรอบช่วงปลายเดือนเมษายน

น่าสนใจว่า ฝ่าย กกต.ได้บรรจุบัญชีพยานฝั่ง กกต.ได้ ศาสตราจารย์ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นพยาน พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรคอมพิวเตอร์ เพื่อชี้แจงในฝ่ายของ กกต.

นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า บัตรเลือกตั้งลับไม่ลับอยู่ที่ข้อกฎหมาย ซึ่งคณะตุลาการยังไม่ได้คุยกัน เพราะคำว่าศาลไม่ใช่ความเห็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นความเห็นของทั้ง 9 คนที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรที่รัฐธรรมนูญจัดตั้งขึ้นมีหน้าที่ตามอำนาจของรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ที่มอบหมายให้ทำ ทั้ง 9 คนมีดุลพินิจเป็นอิสระ ดังนั้นหลังจากฟังข้อเท็จจริงแล้วแต่ละคนเชื่อว่ามีดุลพินิจในการวินิจฉัย ฉะนั้นบัตรเลือกตั้งจะเป็นความลับหรือไม่ซึ่งขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยก็เป็นคำวินิจฉัยส่วนตน

คดีบาร์โค้ด – คิวอาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง เป็นการเดิมพันที่ใหญ่ยิ่งกว่ากระบวนการเลือกตั้งเป็นความลับ หรือไม่เป็นความลับ เพราะมันคือกระบวนการที่ได้มาซึ่งรัฐบาลอนุทิน 2

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ รัฐบาลอนุทิน 2 อาจต้องพังลงไปด้วย

จับตา กกต.ตัดจบคดีฮั้ว สว.?

คดีที่สาม คือปมร้อนคดีฮั้ว สว.ขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งในช่วงปลายเดือนมีนาคมมีข่าวสะพัดว่าคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวมีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าให้ยุติเรื่อง แต่เรื่องดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้าว่าจะส่งเข้าที่ประชุม กกต.ให้ยุติเรื่องตามที่มีข่าวหลุดออกมาหรือไม่

แต่ย้อนไปก่อนหน้านี้ คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. ซึ่งนับเป็นชุดที่ 1 ในการให้ความเห็น ได้สรุปความเห็นผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 229 คน มีชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล-เนวิน ชิดชอบ และรัฐมนตรีในแก๊งลูกเทพหลายรายเป็นผู้ถูกกล่าวหา อาทิ แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี, ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกฯ, ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม, วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย, สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม, สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ

โดยขั้นตอนสุดท้ายของคดีฮั้ว สว.จะอยู่ในมือของ 7 เสือ กกต. ที่จะตัดจบคดี หรือเดินหน้ายื่นศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

ไม่นับความเคลื่อนไหวภายในพรรคเพื่อไทย ที่เตรียมการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคในวันที่ 21 เมษายน ท่ามกลางกระแสข่าวว่าจะมีการขยับ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แม้ว่าการบริหารพรรคในตอนนี้อยู่ในมือของ “แพทองธาร ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี และเครือข่ายบ้านจันทร์ส่องหล้า ที่เบียด-บดบังทีมเดอะซัน “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” และพวก สร้างแรงกระเพื่อมภายในไม่น้อย

หลังเทศกาลสงกรานต์การเมืองไทยยิ่งกว่าอยู่ในหม้อน้ำเดือด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง