Mobility Data สงกรานต์ 2569 อีสานแชมป์คนกลับบ้าน-นักท่องเที่ยวจีนเบอร์ 1

ชวนเจาะข้อมูลสงกรานต์ปี 2569 ภาพสะท้อนพฤติกรรมคนไทยและต่างชาติที่น่าสนใจผ่านข้อมูล Mobility Data ของ ทรู คอร์ปอเรชั่น พบว่าในปีนี้มีการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวไปยัง “เมืองรอง” มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีประเด็นสำคัญที่นักการตลาดและภาคธุรกิจควรจับตามอง

อีสานยืนหนึ่ง แหล่งท่องเที่ยวเมืองรองโตแกร่ง

แม้กรุงเทพฯ จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ แต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา (11–15 เมษายน) พบว่าคนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 15.5% เดินทางออกต่างจังหวัด โดยภูมิภาคที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ ภาคอีสาน ที่มียอดการเดินทางเติบโตถึง 12.6%

  • 5 จังหวัดที่มีคนไปเยือนมากที่สุด บุรีรัมย์, อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, ร้อยเอ็ด และนครศรีธรรมราช โดย 4 ใน 5 อันดับเป็นจังหวัดในภาคอีสานทั้งหมด
  • เทรนด์เมืองรอง ข้อมูลชี้ว่านักท่องเที่ยวมิได้กระจุกตัวแค่ในเมืองใหญ่ แต่กระจายตัวไปยังจังหวัดรองตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการกลับภูมิลำเนา

นักท่องเที่ยวจีนครองแชมป์ – ไทยก็ไปเที่ยวจีนเช่นกัน

กระแสซอฟต์พาวเวอร์สงกรานต์ยังคงดึงดูดชาวต่างชาติได้ดี โดยจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 2.5% โดยกลุ่มหลักคือ ชาวจีน ตามมาด้วยมาเลเซีย และรัสเซีย ในขณะเดียวกัน คนไทยเองก็นิยมเดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้นสูงถึง 24.5% โดยมี ประเทศจีน เป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 เช่นกัน ตามมาด้วยลาว และมาเลเซีย ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายฟรีวีซ่าที่ส่งผลชัดเจน

จุดเช็คอินยอดนิยมและพฤติกรรมดิจิทัล

สำหรับในกรุงเทพฯ พื้นที่ที่มียอดการใช้งานเครือข่ายมือถือหนาแน่นที่สุดยังคงเป็นแลนด์มาร์คการเล่นน้ำหลัก ได้แก่ ถนนข้าวสาร, สีลม และ ICONSIAM โดยแอปพลิเคชันที่ถูกใช้งานสูงสุดคือ Facebook, YouTube และ TikTok ตามลำดับ เพื่อแชร์บรรยากาศเทศกาลแบบเรียลไทม์

การจัดการโครงข่ายด้วย AI

ในฝั่งของผู้ให้บริการ ได้มีการนำระบบ AI Autonomous Network 4.0 มาใช้คาดการณ์ปริมาณการใช้งานแบบเรียลไทม์ พร้อมติดตั้งสถานีฐานชั่วคราว (COW) ในจุดจัดงานสำคัญ เพื่อป้องกันปัญหาสัญญาณล่มในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น

ข้อมูลจาก Mobility Data ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า “อีสาน” เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของภาคการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล และพฤติกรรมคนไทยในการไปต่างประเทศช่วงสงกรานต์เติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญของธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศที่ต้องปรับกลยุทธ์เพื่อดึงดูดเม็ดเงินให้กลับมาคึกคักยิ่งขึ้นในปีหน้า

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา