เคยเห็นหุ้นที่พุ่ง 600% ในรวดเดียวไหม? ถ้ายังไม่เคย อ่านข่าวนี้แล้วจะได้เห็นเลย เพราะล่าสุด หุ้นแบรนด์รองเท้า Allbirds ทะยานถึง 600% เพราะจะเลิกขายรองเท้าแล้วจะหันทิศธุรกิจสู่ AI อุตสาหกรรมที่กำลังฟูฟ่องอยู่ตอนนี้

Allbirds คือใคร?
แบรนด์ Allbirds อาจจะไม่คุ้นหูคนไทย แต่นี่คือแบรนด์ที่ก่อตั้งในปี 2558 โดยทิม บราวน์ อดีตนักฟุตบอล และนักธุรกิจอย่างโจอี้ ซวิลลิงเกอร์ โดยมีจุดเด่นเรื่องความรักโลก แถมยังเคยเป็นที่นิยมในกลุ่มคนเทคในซิลิคอนวัลเลย์ด้วย
รองเท้าคู่นี้เคยมีไวรัลมาแล้วในต่างประเทศเพราะ ‘บารัค โอบามา’ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็เคยใส่ออกสื่อหลายครั้ง ถ้าจะให้เทียบก็น่าจะคล้าย ๆ ช่วงที่กระแส On Cloud จุดติดในไทยหลังชาวเน็ตไปเจอว่านี่คือรองเท้าที่ ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ผู้ว่าฯ กทม. ใส่เป็นประจำ
แล้วเอาเข้าจริง Allbirds จะทำอะไรกับ AI? คำตอบจากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการคือจะ ‘แปลงโฉม’ ตัวเองเป็นธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล AI
ทุ่ม 1,600 ล้านบาท แปลงร่างเป็นบริษัท AI
ล่าสุด บริษัทเผยว่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น NewBird AI แต่สิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้มีแค่ชื่อ เพราะบริษัทยังลงนามในข้อตกลงมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) อีกด้วย
ด้วยเงินลงทุนจำนวนนี้ บริษัทจะนำไปซื้อชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ขั้นสูง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการรัน AI โดยในแถลงการณ์ให้สาเหตุว่าตอนนี้ในตลาดมีช่องว่างคือธุรกิจต่าง ๆ กำลังขาดแคลนหน่วยประมวลผล
ดังนั้น แผนระยะยาวคือการให้บริการชิปกราฟิกแบบ on-demand และให้บริการคลาวด์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI โดยเฉพาะ
โดยแบรนด์รองเท้าอย่าง Allbirds ก็จะถูกขายไปให้บริษัทแฟชันอย่าง American Exchange Group ซึ่งมีธุรกิจหลายอย่างอยู่ในมือ ในมูลค่า 39 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,250 ล้านบาท)

การประกาศทิศทางใหม่ครั้งนี้ ส่งผลให้หุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นกว่า 580% เป็นหุ้นละ 17 ดอลลาร์ แต่ก็ต้องบอกว่า แม้จะขึ้นมาเยอะ แต่มูลค่าหุ้นตอนนี้ยังคงต่ำกว่าช่วงรุ่งโรจน์ของบริษัทถึง 90% (ราคาตอนนั้นอยู่ที่หุ้นละ 500 ดอลลาร์)
อย่างไรก็ตาม ฮิธา เฮอร์ซ็อก ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ธุรกิจค้าปลีก มองว่าการที่ตลาดตื่นเต้นต่อหุ้น Allbirds เพียงเพราะแค่มีคำว่า AIในแถลงการณ์ สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่านี่คือ ‘หุ้นมีม’ โดยเฉพาะเมื่อบริษัทยังไม่มีผลิตภัณฑ์หรือรายได้อะไรจากธุรกิจใหม่นี้เลย
นักวิเคราะห์ด้านแบรนด์อย่าง เว่ย คาน จาก Conduit Asia มองคล้าย ๆ กัน โดยบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า การที่หุ้นขยับจาก 3 ดอลลาร์ขึ้นไปเป็น 17 ดอลลาร์ เพราะข่าวประชาสัมพันธ์ชิ้นเดียว ไม่ได้ช่วยฟื้นฟูมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ที่หล่นหายไปจริง ๆ
ที่มา: BBC
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




