สาหัส! IEA เตือนยุโรป อาจเหลือเชื้อเพลิงเครื่องบินใช้ แค่ 6 สัปดาห์

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่า ยุโรปอาจมีเชื้อเพลิงเครื่องบินเหลือใช้อีกเพียงประมาณ 6 สัปดาห์เท่านั้น โดยรายงานประจำสัปดาห์นี้ระบุว่า ปริมาณสำรองอาจถึงจุดวิกฤตในเดือนมิถุนายน หากยุโรปไม่สามารถหาทางทดแทนการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง

ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งเชื้อเพลิงเครื่องบินจากอ่าวเปอร์เซีย ถูกอิหร่านปิดมานานกว่าหกสัปดาห์ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล ส่งผลให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างมากและทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนเชื้อเพลิง

ฟาติห์ บิโรล ผู้อำนวยการบริหารของ IEA กล่าวว่า อาจเกิดการยกเลิกเที่ยวบินในเร็วๆ นี้ หากการจัดหาเชื้อเพลิงยังคงถูกขัดขวาง

ขณะที่ในรายงานประจำเดือนของ IEA ซึ่งให้คำแนะนำแก่ 32 ประเทศสมาชิก เกี่ยวกับการจัดหาพลังงานและความมั่นคงด้านพลังงาน ระบุว่า ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเป็นแหล่งส่งออกเชื้อเพลิงเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในตลาดโลก ขณะที่โรงกลั่นน้ำมันในประเทศผู้ส่งออกสำคัญอื่นๆ เช่นเกาหลีใต้ อินเดีย และจีน ต่างก็พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางอย่างมากเช่นกัน

“ด้วยเหตุนี้ วิกฤตครั้งนี้จึงสร้างความปั่นป่วนอย่างมากต่อกลไกการทำงานของตลาดเชื้อเพลิงการบิน” รายงานของ IEA ระบุ

Advertisement

IEA ยังบอกด้วยว่า ในอดีต ยุโรปพึ่งพาตะวันออกกลางสำหรับการนำเข้าเชื้อเพลิงเครื่องบินประมาณ 75% โดยขณะนี้ประเทศในยุโรปกำลังเร่งหาแหล่งเชื้อเพลิงทางทดแทนการนำเข้าจากอ่าวเปอร์เซีย นักวิเคราะห์กล่าวว่า เชื้อเพลิงที่นำเข้ามาจากที่อื่นนั้นมาจากสหรัฐอเมริกาและไนจีเรีย

IEA ชี้ว่า การส่งออกเชื้อเพลิงเครื่องบินจากสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็เตือนว่า แม้ว่าการขนส่งเชื้อเพลิงเครื่องบินเหล่านี้ทั้งหมดจะถูกส่งไปยังยุโรป ก็จะสามารถทดแทนปริมาณเชื้อเพลิงที่ขาดหายไปไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ แล้ว IEA ระบุว่า หากยุโรปไม่สามารถทดแทนการนำเข้าจากตะวันออกกลางได้มากกว่า 50% อาจเกิดการขาดแคลนเชื้อเพลิงในบางสนามบิน ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบิน และทำให้ความต้องการเดินทางลดลงอย่างมาก แต่หากสามารถหาพลังงานเข้ามาทดแทนได้สามในสี่ของปริมาณที่หายไป สถานการณ์เดียวกันก็ยังอาจเกิดขึ้นได้ แต่จะเกิดในช่วงเดือนสิงหาคมแทน

“ดังนั้นในขณะนี้ ดูเหมือนว่าตลาดยุโรปจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหาการขนส่งเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เพื่อให้มีปริมาณสำรองเพียงพอในช่วงฤดูร้อน” IEA ระบุ

สายการบินจำนวนมากทั่วโลกต้องดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพื่อรับมือกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วค่าเชื้อเพลิงคิดเป็น 20-40% ของต้นทุนการดำเนินงาน ขณะที่ราคามาตรฐานเชื้อเพลิงเครื่องบินยุโรปพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดที่ 1,838 ดอลลาร์ต่อหนึ่งตันเมื่อต้นเดือนเมษายน เทียบกับ 831 ดอลลาร์ก่อนสงครามอิหร่านเริ่มต้น

ต้นสัปดาห์นี้ คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานว่ามีการขาดแคลนเชื้อเพลิงในสหภาพยุโรป (อียู) แต่ยอมรับว่าอาจเกิดปัญหาด้านอุปทานในอนาคตอันใกล้

คณะกรรมาธิการระบุว่า กลุ่มประสานงานด้านน้ำมันและก๊าซกำลังประชุมกันทุกสัปดาห์ และมาตรการด้านพลังงานจะถูกประกาศโดยประธานคณะกรรมาธิการในสัปดาห์หน้า

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Airports Council International ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนสนามบินยุโรป ได้เขียนจดหมายเตือนว่า ยุโรปอาจเผชิญการขาดแคลนเชื้อเพลิงเครื่องบิน หากช่องแคบฮอร์มุซไม่เปิดภายในสามสัปดาห์

ด้าน Airlines for Europe ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมการบินในยุโรป ยังเรียกร้องให้อียูชี้แจงกฎการชดเชยผู้โดยสาร เพื่อให้การขาดแคลนเชื้อเพลิงหรือการปิดน่านฟ้าที่เกิดจากความขัดแย้งถูกจัดเป็น “เหตุสุดวิสัย” ซึ่งจะหมายความว่า หากเกิดการยกเลิกเที่ยวบิน สายการบินจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยจำนวนมาก