
แพลตฟอร์มตรวจวัดความเคลื่อนไหวของเรือระบุว่า เรือบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลว-น้ำมันและสารเคมี จำนวน 8 ลำได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันที่ 18 เมษายน หลังอิหร่านประกาศว่าจะกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือดังกล่าวให้เรือพาณิชย์ใช้งานอีกครั้งตลอดระยะเวลาของข้อตกลงหยุดยิงที่เหลือ โดยความเคลื่อนไหวของเรือในช่องแคบฮอร์มุซครั้งล่าสุดถือเป็นความเคลื่อนไหวใหญ่ครั้งแรกในน่านน้ำดังกล่าวนับตั้งแต่เริ่มสงครามในอิหร่าน
กลุ่มเรือดังกล่าว ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่จำนวน 1 ลำ ได้แล่นผ่านน่านน้ำของอิหร่านทางตอนใต้ของเกาะลารัค ขณะที่มีเรืออีกหลายลำกำลังแล่นตามมาเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ เรือจำนวนหลายร้อยลำตกค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียนับตั้งแต่ที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ แต่หลังจากที่อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งตลอดระยะเวลาที่เหลือของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนเป็นเวลา 10 วัน ทำให้ผู้ให้บริการเรือบางคนใช้โอกาสนี้ในการนำเรือออกมาจากอ่าวเปอร์เซีย
โฆษกกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุเมื่อเช้าวันที่ 18 เมษายน ว่า “ตามข้อตกลงก่อนหน้านี้ที่บรรลุได้ในการเจรจา อิหร่านแสดงความจริงใจด้วยการยินยอมอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันและเรือพาณิชย์จำนวนจำกัดแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้”
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ออกมาห้ามไม่ให้อิสราเอลทำการโจมตีทิ้งระเบิดใส่เลบานอนอีก หลังอิสราเอลและเลบานอนตกลงที่จะหยุดยิงเป็นเวลา 10 วันซึ่งเริ่มมีผลเต็มวันเมื่อวันที่ 17 เมษายน เพื่อยุติการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่เปิดฉากโจมตีเมื่อวันที่ 2 มีนาคม เพื่อเป็นการสนับสนุนอิหร่าน
ทรัมป์โพสต์ว่า “อิสราเอลจะไม่ทิ้งระเบิดใส่เลบานอนอีก พวกเขาจะถูกห้ามโดยสหรัฐไม่ให้ทำเช่นนั้น พอได้แล้ว!” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวของทรัมป์มีการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงกว่าปกติที่ใช้กับอิสราเอล
ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลยังไม่ได้ออกมาตอบถึงคำกล่าวของทรัมป์ แต่ระบุก่อนหน้านี้ว่ากองทัพอิสราเอลจะยังคงประจำอยู่ทางตอนใต้ของเลบานอนเพื่อปกป้องภัยคุกคามอันใกล้




