
เกาหลีเหนือทำการยิงขีปนาวุธพิสัยไกลลงทะเลอีกครั้งในวันที่ 19 เมษายน ท่ามกลางความตึงเครียดจากสงครามอิหร่าน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเป็นตัวเร่งการแสดงแสนยานุภาพทางทหารของเกาหลีเหนือในขณะนี้ ทั้งยังเกิดขึ้นในขณะที่มีการพูดคุยถึงความสนใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่มีกำหนดจะเยือนจีนในเดือนพฤษภาคมนี้ ก็สนใจที่จะพบกับนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือด้วย
กองทัพเกาหลีใต้ระบุในแถลงการณ์ว่า ขีปนาวุธที่ยิงครั้งล่าสุดนี้มาจากบริเวณใกล้เมืองซินโป บนชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือ มุ่งหน้าสู่ทะเลโดยทำระยะได้ไกลประมาณ 140 กิโลเมตร
ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า เชื่อว่าขีปนาวุธตกใกล้ชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรเกาหลี และยังไม่มีการยืนยันว่าขีปนาวุธดังกล่าวได้รุกล้ำเข้ามาในเขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น
ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้เรียกประชุมฉุกเฉินด้านความมั่นคง โดยระบุว่าการยิงขีปนาวุธครั้งนี้เป็นการยั่วยุที่ละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และเรียกร้องให้เกาหลีเหนือยุติการกระทำที่ยั่วยุ
ยังไม่ชัดเจนว่าขีปนาวุธที่ถูกยิงเป็นขีปนาวุธชนิดใด แต่ซินโปมีเรือดำน้ำและอุปกรณ์สำหรับการทดสอบยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำ เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธจากเรือดำน้ำครั้งสุดท้ายในเดือนพฤษภาคม 2022 ซึ่งทำระยะได้ไกลถึง 600 กิโลเมตร
นักวิเคราะห์ระบุว่า การยิงขีปนาวุธอย่างต่อเนื่องของเกาหลีเหนือ ซึ่งถือเป็นการยิงครั้งที่ 4 ในเดือนนี้ และเป็นการยิงครั้งที่ 7 ของปี มีเป้าหมายเพื่อแสดงศักยภาพในการป้องกันตนเอง พร้อมกับเพิ่มอำนาจต่อรองในเวทีระหว่างประเทศ
คิม คีจอง อดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ กล่าวว่า การยิงขีปนาวุธอาจเป็นวิธีแสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือต่างจากอิหร่าน เพราะมีศักยภาพในการป้องกันตนเอง และดูเหมือนว่าเกาหลีเหนือกำลังเพิ่มแรงกดดันล่วงหน้า และแสดงแสนยานุภาพก่อนจะเข้าสู่การเจรจากับสหรัฐและเกาหลีใต้
นักวิเคราะห์และอดีตเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้เห็นว่า สงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านที่ดำเนินมาแล้วเจ็ดสัปดาห์ โดยมีเป้าหมายหนึ่งคือการจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน อาจยิ่งทำให้ความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเพิ่มขึ้น
ทรัมป์ ซึ่งกำลังเตรียมเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในเดือนหน้า รวมถึงอี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ แสดงความสนใจที่จะเจรจากับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือหลายครั้ง แม้ยังไม่มีการประกาศแผนการประชุมใดๆ ออกมาก็ตาม




