
ข้อมูลของกองบัญชาการกลางของสหรัฐ (CENTCOM) เผยว่า นับตั้งแต่สหรัฐเริ่มการปิดล้อมการเข้าออกของเรือจากท่าเรืออิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ กองกำลังสหรัฐได้สั่งให้เรือ 27 ลำหันกลับหรือกลับไปยังท่าเรืออิหร่าน
ขณะเดียวกัน สหรัฐยังได้สกัดและยึดเรือบรรทุกสินค้าชักธงอิหร่านเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง หลังจากเรือลำดังกล่าวพยายามฝ่าการปิดล้อมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 เมษษยน
วิดีโอที่ CENTCOM เผยแพร่แสดงให้เห็นว่า เรือลำดังกล่าวได้รับคำเตือนก่อนที่ทหารจะขึ้นไปควบคุมเรือ
อิหร่านระบุว่าการกระทำดังกล่าวเป็น “การกระทำเยี่ยงโจรสลัด” และเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางระหว่างสองประเทศ
หลังเหตุการณ์ดังกล่าวอิหร่านประกาศกลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากประกาศเปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 17 เมษายน ทำให้ช่องแคบดังกล่าวถูกเปิดชั่วคราวเมื่อวันเสาร์ โดยมีเรือที่ตกค้างอยู่แล่นออกไปได้จำนวนหนึ่ง
อิหร่านระบุว่าจะยังคงปิดเส้นทางดังกล่าวจนกว่าสหรัฐจะยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ประกาศเช่นกันว่าจะปิดล้อมท่าเรืออิหร่านต่อไป จนกว่าอิหร่านจะยอมทำข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐ
ด้านโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจากับสหรัฐของอิหร่าน กล่าวว่า เตหะรานจะไม่ยอมรับการเจรจากับสหรัฐภายใต้แรงกดดันหรือการข่มขู่
กาลิบาฟระบุในโพสต์บน X ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐ กำลังพยายามเปลี่ยน “โต๊ะเจรจา” ให้กลายเป็น “โต๊ะแห่งการยอมจำนน”
อย่างไรก็ดีมีสัญญาณว่าการเจรจาสันติภาพรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจเกิดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน แม้อิหร่านยังปฏิเสธที่จะยืนยันว่าจะส่งคณะผู้แทนไปเข้าร่วมด้วยหรือไม่
ไลส์ ดูเซต์ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศอาวุโสของบีบีซี ซึ่งอยู่ในเตหะราน กล่าว ว่า แม้สถานการณ์ยังคาดเดาไม่ได้ แต่มีโอกาสมากขึ้นที่การเจรจาจะเกิดขึ้น โดยเธอระบุว่า “มีกฎข้อหนึ่งในทางการทูต คือ ไม่มีใครอยากถูกตำหนิว่าเป็นฝ่ายทำให้การเจรจาล้มเหลว และหากเจดี แวนซ์ เดินทางไปอิสลามาบัดจริง ก็จะเป็นเรื่องยากมากที่ฝ่ายอิหร่านจะไม่ไป”
“การติดต่อทางโทรศัพท์คงดังไม่หยุด ปากีสถานต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเดินทางไปถึงที่นั่นให้ได้ เพราะสถานที่พร้อมแล้ว การรักษาความปลอดภัยก็พร้อมแล้ว ตอนนี้พวกเขาแค่รอให้คณะเจรจามาถึงเท่านั้น” ดูเซต์กล่าว




