ตลาดหุ้นเอเชียพุ่ง หลังอิหร่านเล็งร่วมถกมะกัน สถานการณ์ฮอร์มุซ ทำราคาน้ำมันเพิ่ม

ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นในวันที่ 21 เมษายน จากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตลาดเกิดความกังวลว่าการหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านอาจล้มเหลวลงหรือไม่มีการขยายเวลาออกไป

ในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมาสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซมีท่าทีแย่ลง หลังอิหร่านประกาศกลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งหลังประกาศเปิดได้เพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง เพราะสหรัฐไม่ยอมเลิกปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ขณะที่สหรัฐทำการยึดเรือบรรทุกสินค้าของอิหร่านในอ่าวโอมาน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการส่งโดรนโจมตีเรือกองทัพสหรัฐ

ความกังวลดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 5.6% อยู่ที่ 95.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐพุ่งขึ้นถึง 6.9% อยู่ที่ 89.61 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลงมาเล็กน้อยที่ 0.4% เหลือ 95.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นในเช้าวันที่ 21 เมษายนเช่นกัน หลังอิหร่านส่งสัญญาณว่ากำลังพิจารณาที่จะเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐอเมริกาที่กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ดัชนีหุ้น Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 2.1% แตะระดับสูงสุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มสงครามอิหร่าน ดัชนีหุ้นนิคเคอิของญี่ปุ่นปรับขึ้น 1.2%

ด้านดัชนีหุ้นเอเชียบางตัวปรับตัวลงเช่นกัน อาทิ ดัชนีหุ้นเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับลง 0.45% เช่นเดียวกับดัชนีหุ้นฮั่งเส็งของฮ่องกงปรับลงเล็กน้อย 0.07% เช่นเดียวกับดัชนีหุ้น S&P/ASX200 ของออสเตรเลียดิ่งลงเช่นกัน 0.21%

Advertisement

นอกจากนั้น บรรดานักลงทุนยังจับตาการตัดสินใจของวุฒิสภาสหรัฐที่จะรับรองนายเควิน วอร์ช ที่จะรับรองให้วอร์ชเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด โดยประเด็นที่จะมีการพิจารณาเป็นหลักคือความเป็นอิสระจากอิทธิพลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์