
รัฐบาลกางไทม์ไลน์งบประมาณรายจ่ายปี’70 ยันทันใช้ตามกรอบ 1 ต.ค.นี้ เน้นตอบโจทย์ภัยสงคราม-ความคุ้มค่า เลิกอิงฐานเก่า ยันไร้วิ่งเต้นโครงการ หลังเพิ่มงบลงทุน 20%
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการจัดทำงบประมาณประจำปีรายจ่ายงบประมาณ 2570 หลังเมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายการจัดทำงบประมาณประจำปี 2570 กับข้าราชการทุกหน่วยรับงบประมาณว่า เนื่องจากรัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศระยะเวลาค่อนข้างที่จะล่าช้ากว่าปฏิทินงบประมาณปกติ ทำให้หลายคนกำลังกังวลว่าปฏิทินงบประมาณปี 2570 จะสามารถใช้ทันตามกรอบปีงบประมาณในวันที่ 1 ตุลาคมนี้หรือไม่
ผมยืนยันว่าสามารถจัดทำทันตามปฏิทินงบประมาณ โดยตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นเวลาที่หน่วยราชการหรือหน่วยรับงบประมาณจะจัดทำคำเสนอขอรับงบประมาณมาที่สำนักงบประมาณ จากนั้นสำนักงบประมาณจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการพิจารณาคำขอ เพื่อตัดลดและลดทอนคำขอต่าง ๆ ให้อยู่ในเพดานที่กำหนดไว้ที่ 3.788 ล้านล้านบาท
จากนั้นวันที่ 2 มิถุนายน จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบรายละเอียดงบประมาณประจำปีรายจ่ายงบประมาณ 2570 แล้วจะเป็นกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและวันที่ 16 มิถุนายน ก็จะกลับเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง จากนั้นสำนักงบประมาณก็จะไปจัดทำรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 เพื่อให้สภาพิจารณาในชั้นรับหลักการและวาระ 2 และ 3 ต่อไป
นายภราดรกล่าวอีกว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับภัยสงคราม ซึ่งอาจจะมีความยืดเยื้อไปอีกนานพอสมควร จะส่งผลกระทบกับชีวิตประชาชนในระยะกลางและระยะยาว ดังนั้นการจัดทำงบประมาณปี 2570 จะเป็นสัญญาณที่จะบอกว่ารัฐบาลนี้เห็นถึงความสำคัญและให้หลักในการจัดทำงบประมาณสองหลัก คือความคุ้มค่าและงบประมาณฐานสูง คือไม่อิงกับฐานหน่วยรับงบประมาณของปีก่อน โดยจะให้ความสำคัญกับโครงการที่ตอบโจทย์สถานการณ์โลกและสถานการณ์ประเทศในขณะนี้ รวมถึงการเยียวยาช่วยเหลือประชาชน
นายภราดรยังกล่าวถึงการออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายปี 2569 เพื่อโยกงบประมาณที่ไม่จำเป็นกว่า 5-6 หมื่นล้านบาท มาตั้งเป็นงบกลางฯ รองรับวิกฤตเศรษฐกิจและโครงการไทยช่วยไทยนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลนี้จะดำเนินการจัดทำอย่างแน่นอน โดยจะเร่งเสนอให้เร็วที่สุด เพราะทราบดีถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากภัยสงครามที่ค่อนข้างจะรุนแรง จำเป็นต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลในการช่วยเยียวยาประชาชน จากสงครามที่เกิดขึ้น
โดยคาดว่าจะเสนอ ครม. ในเดือนมิถุนายนหลังจาก ครม.ให้ความเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายปี 2570 แล้ว ซึ่งเป็นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 140 เพราะหากออกร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณก่อน ครม.ให้ความเห็นชอบร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จะต้องนำเงินดังกล่าวไปชดใช้คงคลัง ซึ่งค้างอยู่ประมาณ 70,000 ล้านบาทก่อน ทำให้การโอนงบประมาณไม่สามารถนำเงินดังกล่าวมาแก้ไขปัญหาวิกฤตและเยียวยาประชาชนได้
นายภราดรกล่าวอีกว่า ส่วนโครงการคนละครึ่ง กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบการออกโครงการคนละครึ่ง ว่าจะเลือกให้เงินแบบระยะยาว หรือระยะสั้น แต่ต้องดูว่าจำนวนของผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะเป็นกี่คน ยืนยันว่าเงินที่ให้ในโครงการนี้จะไม่น้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา
เมื่อถามว่าการเพิ่มงบลงทุน 20% จะทำให้ฝ่ายการเมืองวิ่งเต้นโครงการหรือไม่ นายภราดรกล่าวว่า ทุกโครงการจะต้องตอบโจทย์ ดังนั้น เชื่อว่าไม่มีการวิ่งเต้น ผมกำกับสำนักงบประมาณและได้ให้นโยบายชัดเจนว่า ทุกโครงการต้องเจาะตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลและประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





