
การแข่งขันฟุตบอลคนตาบอดชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่สนามชั่วคราวหน้า แกรนด์ ฟอร์น โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 22 เมษายน ดำเนินมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในรอบแบ่งกลุ่ม เป็นการลงสนามนัดสุดท้ายของกลุ่มบี ระหว่าง ทีมชาติไทย พบกับ ทีมชาติอุซเบกิสถาน
ทัพตาบอดไทยแลนด์ ภายใต้การกุมบังเหียนของ เจอร์แมน อัลเบอร์โต้ มาร์เกซ ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเน้นความรัดกุมเป็นพิเศษ หลังจากผลงาน นัดแรกพ่ายมหาอำนาจอย่าง จีน ไปอย่างสูสี 0-1ก่อนจะคืนฟอร์มเก่งเอาชนะ เกาหลีใต้ 2-0 เก็บ 3 แต้มล้ำค่าได้สำเร็จ
ในขณะที่ อุซเบกิสถาน มีเพียง 1 คะแนนจากการยันเสมอเกาหลีใต้มาได้ในนัดเปิดสนาม ก่อนจะโดนจีนถล่มขาดลอยถึง 0-5 ทำให้เกมนี้นักเตะจากเอเชียกลางไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเปิดเกมรุกเข้าใส่เพื่อลุ้นปาฏิหาริย์เข้ารอบ ส่วนไทยขอเพียงผลเสมอเป็นอย่างน้อยก็จะการันตีการตีตั๋วสู่รอบรองชนะเลิศตามจีนทันที
เจอร์แมน อัลเบอร์โต้ มาร์เกซ หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวอาร์เจนไตน์ มีการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพื่อหมุนเวียนสภาพร่างกาย แต่ยังคงโครงสร้างหลักที่แข็งแกร่งในระบบการเล่นที่เน้นความสมดุลและรัดกุม โดยเลือกใช้ ประคอง บัวใหญ่ กัปตันทีมผู้มากประสบการณ์ยืนเป็นแกนหลักในเกมรับร่วมกับศตรายุ วันนิตย์ ส่วนเกมรุกส่ง “เต๋า”ปัญญาวุฒิ คุพันธุ์ ดาวยิงตัวเก่งลงคู่กับวันชนะ ประดับศรี
เปิดเกมทีมไทยที่ดูจะเสียเปรียบรูปร่าง แต่ก็ไม่รีรอ เดินหน้าลุยทันที ฝั่งอุซเบกิสถานที่ได้ใหญ่ก็เน้นเกมรับ คอยตัดเกมด้านข้างแล้วโต้กลับ
นักเตะไทยเจาะอยู่นานจนกระทั้งนาทีที่ 15 “วิว”กิตติกร บัวดี ลากบอลแหวกปราการหินอุซเบเข้าไปซัดเบียดเสาแรกเป็นประตูนำร่องให้ไทยขึ้นนำ 1-0
หลังจากได้ประตูแรกนักเตะไทยก็คลายความกดดัน เน้นเล่นรัดกุมและแน่นอน โดยที่อุซเบก็ไม่เร่งเกมแม้จะเป็นฝ่ายตาม
ผ่านมาถึงนาทีที่ 28 “เต๋า”ปัญญาวุฒิ ก็สับไกระยะทำการ 10 หลา ส่งบอลพุ่งเสียบตาข่ายให้ไทยหนีห่างเป็น 2-0
จากนั้นทีมไทยก็คลุมสถานการณ์ในสนามไว้ได้ คลายเกมรุกและเล่นแบบถนอมตัวรักษาสภาพร่างกายจนครบ 40 นาที เป็นฝ่ายชนะไป 2-0 เก็บเพิ่มเป็น 6 แต้ม ผ่านเข้าไปเจอกับเจ้าภาพ ญี่ปุ่น ในรอบรองชนะเลิศ วันที่ 24 เมษยน เวลา 19.30 น. ตามเวลาญี่ปุ่น หรือ 17.30 น. ตามเวลาประเทศไทย




