
โฆษกรัฐบาล ยก 3 เหตุผล สมช.ยกเลิก MOU 2544 มองผ่านมา 25 ปีเจรจา 5 ครั้ง ไม่เป็นผล - นำไปสู่ข้อพิพาทเขตแดนทางทะเล จี้ ‘กัมพูชา’ แสดงเจตนารมณ์ให้ชัด วางกรอบเจรจาให้บริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกัน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติยกเลิก MOU 2544 สืบเนื่องจากการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อ 9 เมษายน2569 ว่าจะเร่งศึกษาแนวทางในการยกเลิก MOU 2544 และวันนี้ในที่ประชุม สมช.ที่มีในนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ก็ได้มีมติที่จะยกเลิก MOU ดังกล่าวด้วยเหตุผล 3 ประการ ดังนี้
1. MOU 2544 เป็นกรอบเจรจาผลประโยชน์ร่วมกันที่อยู่ใต้ทะเลระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา แต่ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา มีการเจรจาภายใต้กรอบ MOU 2544 นี้เพียงแค่ 5 ครั้ง และใน 5 ครั้งนี้ก็ไม่ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์แก่ทั้ง 2 ประเทศ แต่ในทางตรงกันข้าม กลับทำให้เกิดข้อพิพาทในเรื่องเขตแดนทางทะเล และเกิดความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ รวมไปถึงไม่มีแนวทางที่จะทำให้เกิดการพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกันได้
2.การยกเลิก MOU 2544 เป็นการยุติการเจรจาตามกรอบ MOU 2544 หากฝ่ายกัมพูชา ยังคงเห็นประโยชน์จากการพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกับไทยต่อไป ขอให้แสดงเจตนารมณ์หรือแจ้งมาให้ทราบ เพื่อจัดกรอบการเจรจากันใหม่ ที่มีความเป็นไปได้ โดยไม่นำไปสู่ข้อพิพาทในเรื่องเขตแดนทางทะเลเช่นที่ผ่านมา
และ ประเด็นที่ 3 ต้องยอมรับว่า ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาหลายครั้ง ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่ได้มีการทำ MOU 2544 ไปแล้ว โดย MOUฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า และไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของตัวมันเองได้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังคงมีอยู่เช่นนี้ต่อไป
การเจรจาเพื่อพัฒนาและบริหารทรัพยากรใต้ทะเลร่วมกัน จึงเป็นเรื่องที่ยากเพราะหลักการที่สำคัญคือต้องตกลงเขตแดนทางทะเลให้ได้ก่อน แล้วจึงค่อยหาแนวทางพัฒนาและบริหารร่วมกันบนพื้นฐานความจริงใจ และแบ่งปันด้วยความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย
ฉะนั้นจึงเห็นควรที่จะยกเลิกและวางกรอบการเจรจาใหม่ เพื่อลดความขัดแย้ง และนำทรัพยากรมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริง โดยหลังจากนี้ สมช.จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายและนำเสนอ ครม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง





