เอฟบีไอเร่งสอบ ปริศนานักวิทย์มะกันอย่างน้อย 12 คน เสียชีวิตหรือหายตัวไป 

เมื่อวันที่ 23 เมษายน นิวยอร์กโพสต์ รายงานว่า จากกรณีที่มีนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาหลายคน ต้องจบชีวิตลง หรือหายสาบสูญไป อย่างน้อย 12 คนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้สำนักงานสอบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอ ของสหรัฐอเมริกา ต้องลงมาสืบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยในแถลงการณ์ ของเอฟบีไอ ได้ออกมายืนยันแล้วว่า กำลังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง ในการสอบสวนการเสียชีวิตและหายตัวไปของนักวิทยาศาสตร์ทั้ง 12 คน

เอฟบีไอ ระบุว่า เอฟบีไอ จะเป็นผู้นำในการค้นหาความเชื่อมโยงของบรรดานักวิทยาศาสตร์ที่หายสาบสูญและเสียชีวิต โดยทำงานร่วมกับทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงสงคราม และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับรัฐและท้องถิ่น เพื่อหาคำตอบ

รายงานระบุว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิต คือ นายโจชัว เลอบลองก์ นักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ของนาซา ที่ถูกพบเสียชีวิตอยู่ภายในรถเทสลา จากอุบัติเหตุรถชนจนทำให้รถเกิดไฟไหม้ ที่เมืองฮันต์สวิลล์ เมืองชนบท ในรัฐอลาบามา เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2025 ทำให้เขาเสียชีวิตขณะมีอายุได้ 29 ปี

ซึ่งการเสียชีวิตดังกล่าว สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับสมาชิกในครอบครัวอย่างยิ่ง โดยสภาพของรถถูกเผาไหม้จนจำสภาพเดิมไม่ได้ หลังจากชนเข้ากับราวกั้น จากนั้นก็ชนต้นไม้หลายต้น ก่อนที่รถจะลุกไหม้ นอกจากรถที่ลุกไหม้ทั้งคันแล้ว ร่างของผู้เสียชีวิตก็ถูกเผาจนจำไม่ได้ และตำรวจต้องทำการยืนยันตัวตนของเขา จนสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ได้ในอีก 3 วันต่อมา หลังส่งไปยังสถาบันนิติเวชแล้ว

โดยในช่วงเช้าของวันเกิดเหตุ ครอบครัวของเลอบลองก์ ได้แจ้งความไว้ว่า เลอบลองก์ได้หายตัวไป เนื่องจากเขาไม่ได้ไปทำงานตามปกติ โดยงานที่ทำ เป็นงานวิศวกรไฟฟ้าด้านเทคโนโลยีอวกาศที่นาซา ที่เกี่ยวกับโครงการขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งทางครอบครัวแจ้งความการหายตัวไป เพราะกลัวว่า เลอบลองก์ อาจถูกลักพาตัว และเขาได้ทิ้งโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ไว้ที่บ้าน ก่อนหายตัวไป

Advertisement

ทั้งนี้ ตำรวจได้ติดตามตัวเลอบลองก์ โดยใช้ข้อมูลจากรถเทสลาของเขา และพบว่า รถของเขาจอดอยู่ที่สนามบินในเมืองฮันต์สวิลล์เป็นเวลา 4 ชั่วโมงในเช้าวันที่เขาเสียชีวิต ซึ่งครอบครัวแจ้งว่า การเดินทางดังกล่าวไม่ได้อยู่ในแผนการเดินทางของเลอบลองก์ในวันนั้น และถือว่าผิดปกติอย่างยิ่งที่เขาไม่ได้ติดต่อทางครอบครัว

โจชัว
โจชัว เลอบลองก์ / Joshua LeBlanc/LinkedIn

โดยหน้าโปรไฟล์ LinkedIn ของเลอบลองก์ ระบุว่า เขาทำงานอยู่ที่นาซา ราว 5 ปีครึ่ง และเป็นหัวหน้าที่มด้านการพัฒนาเครื่องมือและการควบคุม สำหรับระบบขับเคลื่อนนิวเคลียร์ในอวกาศ (SNP) ของนาซา

ซึ่งเทคโนโลยี SNP ของนาซา จะช่วยทำให้การขนส่งลูกเรือและสิ่งของไปยังดาวอังคาร รวมถึงภารกิจทางวิทยาศาสตร์ที่ระบบสุริยะชั้นนอก มีความรวดเร็วและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

นิวยอร์กโพสต์ ระบุว่า มีอย่างน้อย 12 คน ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์และการวิจัยอวกาศ ที่ได้เสียชีวิตหรือหายสาบสูญไป ตั้งแต่ปี 2022

ขณะที่ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า มีนักฟิสิกส์นิวเคลียร์ และศาสตราจารย์จาก MIT ถูกยิงเสียชีวิตนอกบ้านพักในรัฐแมสซาชูเซตส์ นอกจากนี้ ยังมีนายพลกองทัพอากาศที่เกษียณแล้ว หายตัวไปจากบ้าน ในรัฐนิวเม็กซิโก วิศวกรการบินและอวกาศที่หายตัวไปขณะเดินป่าในลอสแองเจลิส

โดยนิวยอร์กโพสต์ รายงานว่ามี โมนิกา เรซา อายุ 60 ปี , เมลิสซา คาเซียส อายุ 53 ปี , แอนโธนี ชาเวซ อายุ 79 ปี , สตีเวน การ์เซีย อายุ 48 ปี และ วิลเลียม นีล แมคคาสแลนด์ อายุ 68 ปี ทั้งหมดล้วนหายตัวไป ระหว่างปี 2023 – 2026 ซึ่งล้วนเป็นการหายตัวที่น่าสงสัย

นอกจากนี้ ยังมี ไมเคิล เดวิด ฮิกส์ อายุ 59 ปี , แฟรงค์ ไมวอลด์ อายุ 61 ปี , นูโน ลูรีโร อายุ 47 ปี , เจสัน โธมัส อายุ 45 ปี , เอมี เอสคริดจ์ อายุ 34 ปี และคาร์ล กริลแมร์ อายุ 47 ปี ที่เสียชีวิต ระหว่างปี 2022-2026

โดย ฮิกส์ , ไมวอลด์ และ เรซา ทั้งหมดทำงานเกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการไอพ่นขับเคลื่อน (JPL) ของนาซา

นักวิทยาศาสตร์
ภาพจาก nypost.com

ทั้งนี้ ซีเอ็นเอ็น ได้พูดคุยกับ จูเลีย ฮิกส์ บุตรสาวของ ไมเคิล เดวิด อิกส์ นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานอยู่ที่ห้องปฏิบัติการไอพ่นขับเคลื่อน (JPL) ของนาซานานกือบ 25 ปี โดยฮิกส์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2023 เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดาวหางและดาวเคราะห์น้อย ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตไม่มีการเปิดเผย

โดย จูเลีย ฮิกส์ บอกว่า พ่อของเธอมีปัญหาสุขภาพ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว และจากการคาดเดาต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้เธอรู้สึกตกใจ เพราะสิ่งที่เธอรู้คือ พ่อไม่มีอะไรที่จะเชื่อมโยงกับการสอบสวนของรัฐบาลกลางที่อาจเกิดขึ้นได้ และไม่เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างการเสียชีวิตของพ่อ กับนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆที่หายตัวไป

นอกจากฮิกส์ แล้ว ยังมี แฟรงก์ ไมวอลด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยอวกาศ ที่เสียชีวิตที่ลอสแองเจลิส เมื่อปี 2024 และโมนิกา เรซา วิศวกรการบินและอวกาศที่หายตัวไปขณะเดินป่าในลอสแองเจลิส เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 โดยเธอเป็นผู้อำนวยการกลุ่มการประมวลผลวัสดุของห้องปฏิบัติการนาซา

อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตและการหายสาบสูญของบุคคลเหล่านี้ ยังไม่ได้พบการเชื่อมโยงกันอย่างเป็นทางการ แต่ก็ดึงดูดความสนใจของทำเนียบขาว โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ กล่าวไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “ผมหวังว่ามันจะเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เราจะรู้ในอีกไมี่กี่สัปดาห์ข้างหน้า”

ขณะที่คณะกรรมการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ที่นำโดยพรรครีพับลิกัน ประกาศเมื่อวันที่ 20 เมษายนว่า จะสอบสวนรายงานการเสียชีวิตและการหายตัวไปของบุคคลเหล่านี้ซึ่งถูกระบุว่า เป็นบุคคลที่สามารถเข้าถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ละเอียดอ่อนได้