
แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐได้แจ้งกับรัฐบาลยุโรปบางประเทศว่าการจัดส่งอาวุธตามคำสั่งซื้อก่อนหน้านี้อาจถูกชะลอออกไป จากการทำสงครามกับอิหร่านที่ทำให้ต้องนำอาวุธในคลังสำรองของสหรัฐออกมาใช้งาน
แหล่งข่าวระบุว่าบางประเทศในยุโรป อาทิ ประเทศในแถบบอลติกและสแกดิเนเวียจะได้รับผลกระทบ โดยอาวุธที่จะถูกชะลอการส่งมอบนั้นอยู่ภายใต้โครงการ Foreign Military Sales หรือ FMS ซึ่งเป็นโครงการที่ประเทศต่างชาติจะซื้ออาวุธที่ผลิตในสหรัฐพร้อมกับได้รับความช่วยเหลือด้านโลจิสติกและความยินยอมจากรัฐบาลสหรัฐ หลังรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ผลักดันให้ประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซื้ออาวุธที่ผลิตในสหรัฐ เพื่อให้ยุโรปเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันตัวเองมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสหรัฐเป็นหลักเหมือนในอดีต
อย่างไรก็ตาม การส่งมอบอาวุธดังกล่าวมักถูกเลื่อนออกไป ทำให้รัฐบาลของยุโรปหลายประเทศไม่พอใจและเริ่มมองหาอาวุธที่ผลิตภายในยุโรปมากขึ้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐบอกว่าจำเป็นต้องใช้อาวุธเพื่อทำสงครามในตะวันออกกลาง และกล่าวโทษยุโรปที่ไม่ยอมมาช่วยสหรัฐเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
เดิมที สหรัฐนำอาวุธในคลังของตัวเองออกมาใช้มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ อาทิ ระบบปืนใหญ่ กระสุนปืน และขีปนาวุธต่อต้านรถถัง เพื่อช่วยเหลือยูเครนในการต่อสู้กับรัสเซีย รวมถึงส่งให้กับอิสราเอลใช้ในการโจมตีฉนวนกาซา




