แสวง ถอดบทเรียนเลือกตั้ง69แล้ว โว ระบบแข็งแกร่งมาก ไร้คนแทรกแซง กปน.ทำพลาดแค่ 50%

เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ นายแสวง บุญมี เลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการถอดบทเรียนการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ทาง กกต.ได้ถอดบทเรียนแล้ว มีทั้งสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น สิ่งที่ประชาชนสงสัย และสิ่งที่ กกต.เห็นเอง โดยทั้ง 2 เรื่องนี้ แต่ที่ยืนยันได้คือ ระบบเลือกตั้งของเราแข็งแกร่งมาก ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครที่จะสามารถเข้ามาแทรกแซงหรือบอกให้ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไรได้ โดยตรงจุดนี้คือการเลือกตั้งในหน่วย การเลือกตั้งนอกหน่วยเป็นอีกประเด็นหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดข้อผิดพลาดก็คือการนำคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จำนวนเกือบ 1 ล้าน 6 แสนคน มาทำงานเกี่ยวกับระเบียบ ซึ่งมีความซับซ้อนอยู่พอสมควรจึงทำให้เกิดข้อผิดพลาดแม้ว่าจะมีการตรวจสอบได้แต่ก็ต้องเห็นว่าจะต้องพัฒนาในส่วนนี้ให้ได้และให้ดีขึ้นและอีกส่วนคือการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนให้ดีขึ้นกว่าเดิมในการที่จะให้ประชาชนเสร็จเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อยซึ่งอาจจะนำเทคโนโลยีเช่นการติดตั้งกล้องซึ่งจะทำให้ กปน.และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งระมัดระวังในการกระทำผิดซึ่งหากมีเหตุการณ์ใดก็สามารถดูจากกล้องวงจรปิดได้

ทั้งนี้ กกต.ได้ออกแบบการป้องกันการทุจริตและป้องกันการทำหน้าที่ของ กกต.ด้วย ป้องกันนักการเมืองผู้สมัครป้องกัน กปน.แม้ว่าจะมีการอาสาสมัครเข้ามาแต่บางคนมีความชอบซึ่งระบบสามารถตรวจจับการกระทำผิดรวมทั้งการป้องกันในระดับดี แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือข้อผิดพลาดส่วนเรื่องการทุจริตในหน่วยถึงจะเกิดขึ้นก็สามารถจะจับได้และสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ยากมาก แต่หากเป็นเรื่องผิดพลาดหรือเกิดข้อบกพร่อง เช่นการจำหน่ายบัตรให้ผู้มีสิทธิ์ที่บางครั้งฉีกบัตรนำต้นขั้วไปด้วยหรือขานคะแนนผิดก็ยังเป็นข้อผิดพลาดอยู่ ดังนั้น จึงได้มีการแก้ไข ทุกที่ที่มีเหตุเช่นนี้ ดังนั้น ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก แต่จะต้องทำให้ดีกว่าเดิม หากจะไม่ให้เกิดขึ้นเลย อาจจะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากคนมาทำงานในช่วงเวลา 10 กว่าชั่วโมง และนับล้านคน แม้จะเกิดข้อผิดพลาดเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับคนถึง 1,600,000 คน ดังนั้นไม่ควรจะเกิดข้อผิดพลาด เพราะคนมองว่าข้อผิดพลาดคือการทุจริต จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

ส่วนการดำเนินคดีนั้น เมื่อเห็นข้อเท็จจริงแล้ว แต่จะแจ้งความดำเนินคดีหรือไม่ อยู่ที่ผลการสอบสวน ว่าเจตนาหรือผิดพลาด ถ้ามีเจตนาไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือไม่สุจริต ก็จะต้องแจ้งความดำเนินคดี แต่หากผิดหลง ไม่กระทบต่อสาระสำคัญของการเลือกตั้ง ก็จำเป็นจะต้องนำมาปรับปรุงในทางการบริหารต่อไป แต่ก็มีการแจ้งความดำเนินคดีไปบางส่วนแล้วเช่นเดียวกับกรณีที่ กปน. ในพื้นที่จังหวัดลำพูน และสุพรรณบุรี อาจดำเนินการ ทาง กกต. ก็ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ซึ่งในบางพื้นที่ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว และอีกบางส่วนอยู่ในสำนวนก็มี ขณะที่คดีความร้องทุกข์จากการเลือกตั้ง ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 250 เรื่อง

เมื่อถามถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีการเลือกตั้งของ กปน. ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรีนั้น นายแสวงกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเกิดความผิดปกติ เพราะมีคะแนนกระโดดเยอะมากนับหลักร้อยคะแนน ซึ่งจากประสบการณ์ เวลานับคะแนนใหม่ จะไม่เกิน 1 หรือ 2 คะแนน ซึ่งทุกที่คะแนนจะไม่เกินไปมากกว่านี้ แต่ในจังหวัดนี้ผิดปกติ ซึ่งเรื่องนี้ กกต.พิจารณาแล้ว ได้สั่งให้ลงไปสอบสวนเพิ่มเติม จะเป็นแค่ 2 หน่วย หรือยังมีหน่วยอื่นด้วย ซึ่งต้องดูว่าเกิดจากความผิดพลาด หรือทุจริตเป็นกระบวนการ มีคนอยู่เบื้องหลังหรือไม่ จึงต้องมีการลงไปสอบเพิ่มเติม

Advertisement