รวบคารีสอร์ตหรู! หนุ่มอินโดฯ ตัวการใหญ่ “ไฮบริดสแกม” หลบซ่อนในภูเก็ต หลอกลงทุนคริปโทฯ เสียหายกว่า 350 ล้าน
วันที่ 25 เม.ย. 2569 พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ รอง ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.3 และ พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต พร้อมชุดติดตามสืบ ตม.3 เฝ้าติดตามผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ ตามหมายจับของสหรัฐอเมริกา และหมายแดงของอินเตอร์โพล
หลังตรวจพบหลบหนีซ่อนตัวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มีข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับการปรากฏตัว ของ Mr.William (นามสมมติ) อายุ 33 ปี บุคคลต่างด้าวสัญชาติอินโดนีเซียซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของFBI และตำรวจสากล ตัวการใหญ่ในขบวนการไฮบริดสแกมเมอร์ ซึ่งมีฐานที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พบว่าเป้าหมายเข้าพักอาศัยในรีสอร์ตหรูแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จึงสนธิกำลังบุกเข้าไปแสดงตัว ขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง
โดยผลการตรวจสอบทราบชื่อผู้ต้องสงสัยคือ MR.William ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตรา ในฐานะนักท่องเที่ยว เป็นผู้ร้ายข้ามชาติที่ FBI และตำรวจสากลต้องการตัว ในฐานความผิด “ ร่วมกันฉ้อโกงโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์”
จึงควบคุมตัวมาตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการแจ้งการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากบุคคลต่างด้าวรายนี้มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง
พ.ต.อ.สุริยะ เปิดเผยว่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้ ถูกกล่าวหาว่า ระหว่างปี 2565 – 2569 ได้ร่วมกับขบวนการดำเนินการฉ้อโกงการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี โดยใช้วิธีติดต่อเหยื่อผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ โซเชียลมีเดีย และช่องทางออนไลน์ต่างๆ
โดยใช้วิธีการจ้างผู้ร่วมขบวนการหน้าตาดี ทำหน้าที่นางแบบและนายแบบ คอยออกกล้องวิดีโอคอล สร้างความสัมพันธ์ในลักษณะ Romance Scam ให้แยบยลน่าเชื่อถือขึ้นกว่าการใช้รูปภาพนิ่ง ก่อนสบโอกาสชักชวนลงทุนในแพลตฟอร์มปลอม พร้อมแสดงผลกำไรเท็จ มีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายเฉพาะในสหรัฐอเมริกากว่า 10 ล้าน USD หรือ 350 ล้านบาท
โดย Hybrid Scam ในลักษณะดังกล่าวกำลังมีผู้ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก เนื่องจากคนร้ายใช้วิธีการหลากหลายวิธีร่วมกันในการหลอกลวง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ สตม. ขอย้ำเตือนไปยังพี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อ และให้ตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนดำเนินการธุรกรรมทางการเงิน
ประเทศไทยยืนยัน ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง และเต็มกำลังความสามารถ โดยเฉพาะคดีฉ้อโกงทางออนไลน์ที่สร้างความเสียหายในวงกว้างแก่ประชาชนทั่วโลก







