ทรัมป์ เชื่อตกเป็นเป้าลอบสังหาร เพราะทำงานดี-เปลี่ยนแปลงประเทศ ชี้ต้องมีห้องบอลรูม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวถึงเหตุการณ์ยิงกันในงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อคืนวันที่ 25 เมษายน ชื่นชมเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงที่ควบคุมเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และมีเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาคนหนึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บ แต่ยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจของมือปืนที่ถูกควบคุมตัวได้ภายในงาน

ทรัมป์กล่าวว่า มือปืนถูกจับกุมตัวได้ที่จุดตรวจความปลอดภัยที่บริเวณด้านหน้าของงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ที่ถูกจัดขึ้นเพื่อยกย่องเสรีภาพในการพูด แต่มีเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาคนหนึ่งถูกจ่อยิงได้รับบาดเจ็บแต่อาการไม่อันตรายเพราะสวมเสื้อเกราะกันกระสุน เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เห็นว่าสถานที่จัดงานไม่มีความปลอดภัยสูง และยิ่งย้ำความจำเป็นว่าทำไมทำเนียบขาวต้องมีห้องบอลรูมเป็นของตัวเอง

ทั้งนี้ ผู้นำสหรัฐยืนยันว่าจะมีการจัดงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวอีกครั้งภายใน 30 วัน ซึ่งจะจัดให้ใหญ่กว่าและดีกว่าเดิม ส่วนเรื่องมือปืนผู้ก่อเหตุเชื่อว่าลงมือคนเดียว เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจค้นห้องพักของมือก่อเหตุที่รัฐแคลิฟอร์เนีย

ด้านนายท็อดด์ บลานเชตต์ รักษาการรัฐมนตรียุติธรรม กล่าวต่อจากทรัมป์ว่าจะมีการตั้งข้อหามือก่อเหตุเร็วๆ นี้ และเจ้าหน้าที่อารักขารวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมถึงยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ

ทรัมป์เชื่อว่าเขาคือเป้าหมายของมือปืนในคืนนี้ และเจอกับเหตุการณ์ลอบสังหารมาแล้ว 2 ครั้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา “ผมศึกษาเรื่องเหตุการณ์ลอบสังหารในอดีต ผมเชื่อว่าคนที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศมักตกเป็นเป้าการลอบสังหารเสมอ เหมือนอับราฮัม ลินคอล์น คนที่ไม่ค่อยทำอะไรให้ประเทศไม่ค่อยตกเป็นเป้าหมายหรอก ผมไม่อยากพูดแบบนี้เลยแต่ผมถือว่าเป็นเกียรติมาก” พร้อมกับชื่นชมรัฐบาลของตัวเองว่าทำผลงานต่างๆ ให้กับสหรัฐอเมริกามากมายและอาจมีบางคนคงไม่พอใจนัก

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่ากังวลเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงทางการเมืองหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่าเขากังวลกับการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่การเป็นประธานาธิบดีสหรัฐเป็นอาชีพที่อันตรายอยู่แล้ว การเป็นผู้บัญชาการสูงสุดย่อมแปลว่าคุณต้องยอมรับความเสี่ยงให้ได้

เจฟฟ์ แคโรล รักษาการผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า มือปืนผู้ก่อเหตุพกอาวุธจำนวนมาก เช่น ปืนลูกซอง ปืนพก และมีดหลายเล่ม ขณะที่เมอร์เรียล โบว์เซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. บอกว่าเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาที่ถูกยิงกำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาล เช่นเดียวกับมือปืนที่ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล

ล่าสุด แคโรลเปิดเผยชื่อของมือปืนที่ก่อเหตุแล้ว คือ นายโคล โทมัส อัลเลน อายุ 31 ปี เป็นแขกพักอาศัยของโรงแรมที่จัดงานเลี้ยง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ โดยจะมีการตั้ง 2 ข้อหาแก่มือปืนก่อเหตุ ได้แก่ คดีใช้อาวุธปืนเพื่อก่ออาชญากรรมรุนแรง และใช้อาวุธร้ายแรงทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐบาล