ถกสันติภาพรอบ 2 ล่ม อิหร่านตั้งเงื่อนไข ต้องเลิกปิดล้อมท่าเรือก่อนเจรจา

การเจรจาเพื่อหาทางยุติสงครามระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลและอิหร่านรอบ 2 ล่มไม่เป็นท่า หลังจากทั้งสองฝ่ายไม่แสดงท่าทีที่จะผ่อนปรนเงื่อนไขของตน ทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลาและการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินอยู่ต่อไป และยังมองไม่เห็นว่ามันจะยุติลงได้เมื่อใดอีกด้วย

นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เดินทางออกจากปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยในช่วงสุดสัปดาห์โดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ยกเลิกแผนการเยือนกรุงอิสลามาบัดของ นายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านตะวันออกกลาง และ จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขย

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในรัฐฟลอริดาว่า เขายกเลิกการเดินทางของคณะผู้แทน เพราะการเจรจาเกี่ยวข้องกับการเดินทางและค่าใช้จ่ายที่มากเกินไป สำหรับข้อเสนอที่ยังไม่เพียงพอจากอิหร่าน ทั้งยังบอกด้วยว่า อิหร่านเสนออะไรมามากมาย แต่มันยังไม่มากพอ

ทรัมป์ยังโพสต์บน Truth Social ว่า กำลังมีความขัดแย้งภายในอย่างรุนแรงและความสับสนอย่างมาก ภายในหมู่ผู้นำอิหร่าน

“ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ แม้แต่พวกเขาเอง เราเป็นฝ่ายถือไพ่ทั้งหมด แต่พวกเขาไม่มีอะไรเลย! ถ้าพวกเขาต้องการเจรจา สิ่งเดียวที่ต้องทำคือโทรมา!!!” ทรัมป์ระบุ

Advertisement

รัฐบาลอิหร่านเผยแพร่แถลงการณ์ของ ประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชคียาน ของอิหร่าน ที่ได้กล่าวระหว่างหารือทางโทรศัพท์กับ นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ว่า เตหะรานจะไม่เข้าร่วม “การเจรจาที่ถูกบีบบังคับ” ภายใต้การข่มขู่หรือการปิดล้อม

เปเซชคียานกล่าวว่า สหรัฐควรขจัดอุปสรรคในการปฏิบัติงานก่อน ซึ่งรวมถึงการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ก่อนที่ผู้เจรจาจะสามารถเริ่มวางพื้นฐานใดๆ เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งได้

เมื่อวันที่ 23 เมษายน เปเซชคียานกล่าวว่า ไม่มีทั้งพวกหัวรุนแรงหรือสายกลางในเตหะรานน อิหร่านยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ผู้นำสูงสุด เช่นเดียวกับ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะผู้เจรจาของอิหร่าน และอารักชี ก็กล่าวย้ำข้อความเดียวกันนี้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี อารักชีกล่าวว่า การเยือนปากีสถานครั้งนี้ประสบผลสำเร็จอย่างมาก ขณะที่แหล่งข่าวทางการทูตอิหร่านในกรุงอิสลามาบัดกล่าวว่า อิหร่านจะไม่ยอมรับข้อเรียกร้องที่มากเกินไปของสหรัฐ

ในวันที่ 25 เมษายน 2569 ยังการเผยแพร่ภาพที่นายอารักชี นั่งหารือกับนายนาจิบ บิน ยาห์ยา อัล บาลูชี นักการทูตอาวุโสของโอมาน และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ในสถานที่ระบุว่าเป็นกรุงมัสกัต เมืองหลวงของประเทศโอมาน แต่ไม่มีการให้รายละเอียดว่า การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อใด และทั้งสองฝ่ายได้หารือกันในประเด็นใดบ้าง

ภาวะชะงักงันของการเจรจาสันติภาพรอบ 2 ทำให้การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดของโลก และอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายสำคัญยังคงตึงเครียดต่อไป สถานการณ์ดังกล่าวได้ผลักให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี กระตุ้นภาวะเงินเฟ้อ และทำให้แนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมืดมนลง

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในภูมิภาคยิ่งเพิ่มมากขึ้น หลังสำนักงานของ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระบุว่า ผู้นำอิสราเอลได้สั่งให้กองทัพโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งเป็นการทำให้เห็นถึงข้อตกลงหยุดยิงสามสัปดาห์ระหว่างกันที่ดูจะไม่ได้ผลในทางปฏิบัติเท่าใดนัก

ก่อนหน้านี้ แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า สหรัฐเห็นถึงความคืบหน้าบางส่วนจากฝ่ายอิหร่าน และ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ พร้อมจะเดินทางไปปากีสถาน ก่อนที่ทรัมป์จะประกาศล้มแผนการเดินทางดังกล่าวในที่สุด