เท้ง ลั่นรีเซตปชน. นั่งหน.พรรคต่อ ‘พิจารณ์’ เลขาฯ ด้านทวีบี้ยิงส.ส. เชื่อเอี่ยวเกิน 5 คน

เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ที่โรงแรมเมเปิล บางนา กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน (ปชน.) จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรค ปชน. ครั้งที่ 1/2569 โดยมีแกนนำพรรค อาทิ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค นายวีระยุทธ์ กาญจนชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค รวมทั้ง ส.ส.และสมาชิกพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายณัฐพงษ์กล่าวเปิดประชุมชี้แจงการปรับโครงสร้างใหม่ ทิศทางการทำงานตรวจสอบรัฐบาลและทิศทางการขับเคลื่อนพรรคในอนาคตว่า การสัมมนาตลอด 2 วันไม่ได้พูดคุยกันแค่ปัญหาภายในพรรค สิ่งที่พูดคุยกันคือปัญหาและอนาคตของประเทศ ทำอย่างไรให้พรรค ปชน.เป็นยานพาหนะนำมาซึ่งการสร้างการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ดีกว่า จากที่ได้พูดคุยและตกผลึก สร้างความคิดร่วมกัน สามารถสร้างความชัดเจนขึ้นได้ ทั้งองคาพยพของพรรคและความชัดเจนที่จะนำเสนอต่อสังคม 3 ความชัดเจนคือ บุคลากร การทำงานของพรรคและอุปสรรคที่สำคัญของประเทศ

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ทั้งนี้ เราจะต่อสู้กับระบอบการเมืองอุปถัมภ์ การเมืองมุ้งใหญ่อย่างไร องค์กรอิสระ หรือสมาชิกวุฒิสภา ระบบราชการที่ไม่มีความโปร่งใสและไม่ยึดโยงกับประชาชน เป็นภารกิจหน้าที่ของทุกคน การสื่อสารของพวกเราต่อจากนี้ต้องชี้เป้าให้ชัดเจนว่าอุปสรรคที่สำคัญของประเทศคือระบอบกินรวบที่กำลังกัดกินประเทศนี้ สำหรับ 4 หมุดหมายคือ 1.เตรียมเปิดตัวคณะรัฐมนตรีเงา ที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบและให้ข้อเสนอแนะแก่รัฐบาล 2.ขับเคลื่อนกรรมาธิการทั้ง 9 คณะ 3.การทำงานยุทธศาสตร์พื้นที่ และ 4.การเลือกตั้งท้องถิ่น

จากนั้นนายณัฐพงษ์เสนอรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แทนนายศรายุทธิ์ ใจหลัก อดีตเลขาธิการพรรคซึ่งลาออก คือนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นอกจากนี้ ยังมี น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีต ส.ส.นครปฐม ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรค และนายณัฐพงษ์ยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ ยังคงเดิม

ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) และ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค ให้สัมภาษณ์กรณีคดีนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 5 ว่า ขณะนี้ทราบว่าตำรวจ จับแล้ว 5 คน เหลือเรื่องคดีของการจ้างวาน ในหลักการของการใช้ตั้งวันนั้น จะเป็นการสั่งงานเป็นทอดๆ และมีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยเฉพาะขณะนี้ในประสบการณ์ส่วนตัว การใช้จ้างวาน คนที่รู้มากที่สุด คือจะไม่พยายามหาหลักฐาน เพราะเป็นเรื่องเร้นลับ เป็นเรื่องที่ต้องการไม่ให้ใครรู้ หลักสำคัญก็คือผู้ที่กระทำผิด เราจำเป็นต้องได้ข้อมูลจากผู้กระทำผิด ทั้งนี้ มีผู้กระทำผิด มากกว่าที่ปรากฏ 5 คน

Advertisement

ด้านนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางเราไม่ได้นิ่งเฉย ได้ทำงานควบคู่ขนานกับการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมือนกัน เหมือนที่ท่านหัวหน้าพรรคได้ดำเนิน นำเรียน เราได้ข้อมูลมา วิเคราะห์ เกี่ยวกับพฤติกรรมต่างๆ ของผู้ที่ก่อเหตุ หลายๆ อย่าง น่าสงสัยว่า ผิดไม่ใช่เพียง 5 คนนี้ สำคัญที่สุดก็คือ เราเองก็ไม่ได้ต้องการที่จะกล่าวหาใครถ้าไม่มีพยานหลักฐาน คดีนี้เป็นเรื่องของการว่าจ้าง สรุปคือมีการแจ้งความร้องเรียนด้วยตนเองแล้ว 2 คน เป็นทหารที่กำลังประจำการอยู่ ส่วนจะเป็นใคร ให้ไปถามพนักงานสอบสวนเอง