
เมื่อวันที่ 26 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 เมษายน เกิดเหตุยิงในงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว โดยมีเสียงปืนดังขึ้น 7-8 นัด ที่โรงแรมวอชิงตันฮิลตัน ซึ่งมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และเมลาเนีย สุภาพสตรีหมายเลข 1 เข้าร่วมงาน ท่ามกลางผู้ร่วมงานราว 2,600 คน ต่างกรีดร้อง และมุดลงไปหมอบใต้โต๊ะ ก่อนเจ้าหน้าที่ Secret Service นำตัวผู้นำสหรัฐ พร้อมเมลาเนีย เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล และนายพีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมออกไปอย่างปลอดภัย
เจ้าหน้าที่เอฟบีไอรายหนึ่งกล่าวว่า ชายคนหนึ่งที่ถือปืนลูกซองพยายามฝ่าแนวรักษาความปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยนายหนึ่งถูกกระสุนแต่มีมีอุปกรณ์ป้องกันร่างกาย จึงไม่ได้รับอันตราย
ต่อมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ผ่านทรูซ โซเชียลว่า สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง รวมถึงรองประธานาธิบดี และสมาชิกคณะรัฐมนตรีทั้งหมดปลอดภัยดี ผู้ก่อเหตุถูกจับกุมตัวแล้ว ทรัมป์ยังกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงที่ควบคุมเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว มีเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาคนหนึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บแต่อาการไม่อันตรายเพราะสวมเสื้อเกราะกันกระสุน และยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจของมือปืน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่าสถานที่จัดงานไม่มีความปลอดภัยสูง ยิ่งย้ำความจำเป็นว่า ทำไมทำเนียบขาวต้องมีห้องบอลรูมเป็นของตัวเอง ทรัมปายืนยันว่าจะมีการจัดงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวอีกครั้งภายใน 30 วัน จะจัดให้ใหญ่และดีกว่าเดิม ส่วนผู้ก่อเหตุเชื่อว่าลงมือคนเดียว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจค้นห้องพักของมือก่อเหตุที่รัฐแคลิฟอร์เนีย
ทรัมป์เชื่อว่า เขา คือเป้าหมายของมือปืนในคืนนี้ และเจอกับเหตุการณ์ลอบสังหารมาแล้ว 2 ครั้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าคนที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงประเทศมักตกเป็นเป้าการลอบสังหารเสมอ เหมือนอับราฮัม ลินคอล์น พร้อมชื่นชมรัฐบาลของตัวเองว่าทำผลงานต่างๆให้สหรัฐมากมายและอาจมีบางคนคงไม่พอใจนัก
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขากังวลกับการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่การเป็นประธานาธิบดีสหรัฐเป็นอาชีพที่อันตรายอยู่แล้ว การเป็นผู้บัญชาการสูงสุดย่อมแปลว่าคุณต้องยอมรับความเสี่ยงให้ได้
ต่อมา เจฟฟ์ แคโรล รักษาการผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า มือปืนผู้ก่อเหตุพกอาวุธจำนวนมาก เช่น ปืนลูกซอง ปืนพก และมีดหลายเล่ม ก่อนเปิดเผยชื่อมือปืน คือ นายโคล โทมัส อัลเลน อายุ 31 ปี เป็นแขกพักอาศัยของโรงแรมที่จัดงานเลี้ยง โดยมีรายงานว่า เป็นครูพาร์ทไทม์ในแคลิฟอร์เนีย และเป็นอดีตวิศวกรเครื่องกล แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ โดยจะตั้ง 2 ข้อหาแก่มือปืน คือ คดีใช้อาวุธปืนเพื่อก่ออาชญากรรมรุนแรง และใช้อาวุธร้ายแรงทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐบาล
อย่างไรก็ตาม สำหรับโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน เป็นโรงแรมเดียวกับที่เกิดเหตุการณ์ลอบสังหารประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนในปี 1981 จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ล่าสุด ทรัมป์ โพสต์ภาพมือปืนก่อเหตุขณะนอนหมอบบนพื้นหลังถูกควบคุมตัว รวมถึงโพสต์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุขณะที่มือปืนก่อเหตุวิ่งผ่านเครื่องตรวจโลหะเพื่อเข้าไปภายในงานเลี้ยง ก่อนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะใช้อาวุธปืนยิงใส่ พร้อมระบุว่าโพสต์ภาพและวิดีโอเพื่อแสดงให้เห็นความโปร่งใสของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล่าสุด เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ได้บุกค้นห้องพักของผู้ต้องสงสัยแล้วในรัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว
ส่วนความคืบหน้าการเจรจาระหว่างอิหร่าน กับสหรัฐอเมริกาหลังการหยุดยิง ล่าสุด นายกรัฐมนตรีปากีสถานให้การต้อนรับนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัดก่อนการหารือสันติภาพรอบ 2 แต่การเจรจาล่มไม่เป็นท่า หลังสองฝ่ายไม่แสดงท่าทีผ่อนปรนเงื่อนไขของตน ทำให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลาและการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไป
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยกเลิกแผนการเยือนกรุงอิสลามาบัดของนายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านตะวันออกกลาง และ จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขย โดยทรัมป์กล่าวว่า ได้ยกเลิกการเดินทางของคณะผู้แทน เพราะการเจรจาเกี่ยวข้องกับการเดินทางและค่าใช้จ่ายที่มากเกินไป สำหรับข้อเสนอที่ยังไม่เพียงพอจากอิหร่าน
ด้านรัฐบาลอิหร่านเผยแพร่แถลงการณ์ของ ประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชคียาน ของอิหร่าน ที่กล่าวระหว่างหารือทางโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ว่า เตหะรานจะไม่เข้าร่วม “การเจรจาที่ถูกบีบบังคับ” ภายใต้การข่มขู่หรือการปิดล้อม




