ตร.ปปป. แจ้งข้อหาหนัก อดีตเจ้าอาวาส-ไวยาวัจกร วัดบางคลาน ยักยอก 9 ล้าน บิ๊กเต่า ชี้ เส้นเงินมีพิรุธ โอนเข้าบัญชีส่วนตัว ใช้บัญชีม้า อ้างซื้อที่ดินบังหน้า
จากกรณีตำรวจ บก.ปปป. ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท. ร่วมกันขยายผลคดีทุจริตวัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน อ.โพทะเล จ.พิจิตร หลังพบหลักฐานมัดอดีตเจ้าอาวาสและอดีตไวยาวัจกร ร่วมกันเบียดบังเงินจากการจำหน่ายวัตถุมงคล ไม่ลงบัญชีวัด และแอบโอนเข้าบัญชีส่วนตัว จนเป็นข่าวมาก่อนหน้านี้
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2569 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. เรียกตัวผู้ต้องหาคดีทุจริตภายในวัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ประกอบด้วย พระครูพิสุทธิวรากร อดีตเจ้าอาวาส และ นายพร ปั้นเพ็ง อายุ 73 ปี อดีตไวยาวัจกร ทั้งสองถูกแจ้งข้อกล่าวหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์) มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) และความผิดตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช.
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า คดีนี้สืบเนื่องจากความขัดแย้งภายในวัดที่ยืดเยื้อมานานกว่า 11 ปี ก่อนจะมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบความผิดปกติทางการเงิน กรณีการจัดสร้างวัตถุมงคล “หลวงพ่อเงิน รุ่นย้อนยุคประวัติศาสตร์” เมื่อปลายปี 2565 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้ไปก่อสร้างศาลาทรงไทยเฉลิมพระเกียรติ
จากการสืบสวนพบพิรุธสำคัญหลายประการ ได้แก่ ยอดเงินจากการจำหน่ายพระเครื่องกว่า 9 ล้านบาท ไม่ถูกบันทึกในบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัด (ศบ.ว.5) พบการใช้บัญชีบุคคลอื่น หรือ “บัญชีม้า” รับโอนเงินจองวัตถุมงคล แทนบัญชีวัด ก่อนผ่องถ่ายเงินต่อไปยังบุคคลในขบวนการ หลังถูกตรวจสอบ ผู้ต้องหาอ้างว่านำเงินไปซื้อที่ดินถวายวัด แต่พบว่าที่ดินดังกล่าวมีการซื้อขายจริงเพียง 190,000 บาท ส่วนเงินที่เหลือสูญหายไร้ร่องรอย
นอกจากนี้ยังพบการนำเงินวัดกว่า 9 ล้านบาท ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไปจ้างทนายความดำเนินคดีกับชาวบ้านที่ออกมาตรวจสอบและคัดค้านการบริหารงานของเจ้าอาวาสอีกด้วย
ทั้งนี้พนักงานสอบสวนระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายกระทำเป็นขบวนการ ใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาประโยชน์ส่วนตัว และเบียดบังทรัพย์สินของวัดไปโดยทุจริต อีกทั้งยังมีการใช้ “มูลนิธิหลวงพ่อเงิน” ภายในวัด เป็นเครื่องมือเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง
ซึ่งในส่วนนี้ได้แยกดำเนินคดีเพิ่มเติมไว้ที่ สภ.โพทะเล เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ตำรวจปปป.ยืนยันมีพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินชัดเจน พร้อมเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
“วัดต้องเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่ใช่แหล่งหาผลประโยชน์ของใครบางคน” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวย้ำ





