“บ้านคือที่ไหนก็ได้ที่เรารู้สึกปลอดภัย อยู่แล้วสบายใจ และต้องมีความทรงจำที่ดี บ้านจะทำให้เราเกิดความคุ้นเคยและทำให้เราหวนคิดถึงวันวานได้เสมอ” นิยาม The Taste of Homecoming รสชาติแห่งความคิดถึงในมุมมองของ เชฟชาลี กาเดอร์ (Chalee Kader) แห่ง Wana Yook ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความประทับใจในเสน่ห์วันวาน เช่นเดียวกับรสมือการปรุงอาหารที่เขานำความทรงจำเรื่อง “ข้าวแกง” ตั้งแต่วัยเด็กมาเป็นแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ตำรับเฉพาะตัวจนประสบความสำเร็จ จากรากตำรับอาหารเรียบง่ายที่คนไทยคุ้นเคยกลายเป็นตำรับไฟน์ไดนิ่งเลิศรสที่ทั่วโลกอยากลิ้มลอง

ตำรับอร่อยของ Wana Yook ในกิจกรรม LIFE TABLE: The Taste of Homecoming ครั้งนี้เชฟชาลีตั้งใจเสิร์ฟเสน่ห์ “ข้าวแกง” ในแบบฉบับเฉพาะตัวให้ทุกคนได้ทานและหวนคิดถึงรสชาติที่คุ้นเคย เมนูแสนเรียบง่ายที่เราพบเจอได้เสมอตามร้านข้าวแกงทั่วไทยถูกนำมาปรุงด้วยวัตถุดิบคุณภาพทว่าบนพื้นฐานรสชาติแบบดั้งเดิม หลากหลายเมนูอร่อยที่คัดสรรมาให้ชิมคราวนี้เป็นตำรับพื้นถิ่นของทุกภูมิภาคตั้งแต่เหนือจรดใต้ แม้ต่างจานต่างสูตรต่างตำรับจะมาจากคนละพื้นที่แต่ทุกจานก็สามารถอร่อยร่วมกันได้ ซึ่งนี่แหละคือเสน่ห์และอัตลักษณ์ของข้าวราดแกงแบบไทยที่สามารถผสมผสานความแตกต่างหลากหลายให้อร่อยกลมกลืนลงตัวได้เสมอ

แน่นอนว่าตัวกลางในการเชื่อมผสานความหลากรสให้อร่อยกลมกลืนลงตัวได้ดีที่สุดนั้นก็คือข้าวสวยนั่นเอง ซึ่งตำรับพิเศษคราวนี้เชฟชาลีก็ตั้งใจคัดสรรข้าวคุณภาพจากหลากหลายแหล่งมาหุงเป็นข้าวสวยร้อน ๆ เพื่อสร้างความพิเศษให้กับตำรับข้าวแกงของ Wana Yook อีกด้วย “เมืองไทยมีข้าวพันธุ์ดีมากมายครับ ผมเลยอยากให้ทุกคนได้ลองชิมข้าวอร่อย ๆ หลากหลายรูปแบบจากหลากหลายแหล่ง สามารถเลือกกินได้ตามชอบเหมือนตอนเลือกราดแกง ข้าวสวยที่จะเสิร์ฟในคราวนี้ก็จะมีทั้งข้าวดอยจากทางภาคเหนือ แล้วก็ข้าวหอมมะลิสักพันธุ์หนึ่งจากทางอีสาน ที่พิเศษกว่านั้นก็คือข้าวพญาลืมแกงซึ่งเป็นข้าวเหนียวไร่พันธุ์พื้นเมืองหายาก อร่อยไม่เหมือนใคร อยากให้ทุกคนได้ลองทานกัน รับรองว่าข้าวแกงมื้อนี้จะอร่อยจนคุณไม่มีวันลืมเลยครับ” เชฟชาลีให้ข้อมูลเรื่องข้าวเพิ่มเติมซึ่งนี่คืออีกหนึ่งความพิเศษที่เตรียมไว้ให้ทุกคนได้ลิ้มลองกัน

เราชวนคุยและถามถึงเสน่ห์ของข้าวแกงแบบไทยในมุมมองของเชฟชาลีดูบ้าง “ผมว่าเสน่ห์ของข้าวแกงอย่างแรกเลยมันมีหลากหลายเมนูให้เลือก มีหลากหลายรสชาติให้ลอง เราสามารถเลือกทานสิ่งที่ชอบได้ตามต้องการ ผสมผสานกี่อย่างก็ได้แล้วแต่เราเลย แล้วที่แปลกก็คือมันสามารถเข้ากันได้อร่อยหมดเลย แล้วมันก็ทำให้เราทานข้าวได้อร่อยมากขึ้นด้วย” เชฟชาลียังเพิ่มเติมว่าในมิติของวัฒนธรรมอาหารมันเข้าถึงผู้คนได้ง่ายในทุกระดับสังคม ตำรับที่ดูเหมือนเรียบง่ายทว่าผสมผสานไปด้วยหลากหลายตำรับตั้งแต่อาหารพื้นบ้านไปจนถึงอาหารชาววังเลยทีเดียว แล้วทุกอย่างก็สามารถทานร่วมกันได้อย่างกลมกลืน ทั้งยังเป็นความหลากหลายที่ไม่แบ่งเชื้อชาติ และเป็นความคุ้นเคยที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน

กิจกรรมชวนอิ่มท้องไปพร้อมอิ่มใจคราวนี้เชฟชาลีเผยความรู้สึกถึงการได้มาร่วมกิจกรรมนี้ว่า “รู้สึกดีใจมากครับ ทุกครั้งที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือสังคมก็อยากเข้าร่วมอยู่แล้ว นอกจากจะได้ทำอาหารอร่อยให้คนประทับใจแล้ว ตัวเราเองยังปลื้มใจไปพร้อมกันด้วย เป็นกิจกรรมดี ๆ ที่ทุกคนจะมีความสุขไปด้วยกัน” มื้ออร่อยได้บุญในตำรับของ เชฟชาลี กาเดอร์ จะจัดขึ้นในวันที่ 29 พ.ค. 2026 นี้ (ราคา 8,300 บาท/ท่าน) ณ Wana Yook ใครสนใจรีบสำรองที่นั่งกันได้เลย (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด)

สำหรับกิจกรรม LIFE TABLE: The Taste of Homecoming ครั้งนี้ The Standard Life ร่วมแรงร่วมใจกับ ศิริราชมูลนิธิ (Siriraj Foundation) รังสรรค์ 4 มื้อพิเศษขึ้นเพื่อถ่ายทอดความหมายของ “การกลับบ้าน” บอกเล่าเรื่องราวชวนหวนคิดถึงวันวานในหลากหลายมุมมอง แล้วถ่ายทอดผ่านการสร้างสรรค์ตำรับอร่อยเฉพาะตัวในแบบฉบับของเชฟแต่ละท่าน พร้อมชวนทุกคนมาลิ้มลองตำรับพิเศษที่จะทำให้ประทับใจไม่รู้ลืม นอกจากนี้ทุกมืออร่อยในโครงการยังได้เป็นส่วนหนึ่งของการระดมทุนเพื่อปรับปรุงห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศิริราชอีกด้วย (สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า) สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมตลอดจนสำรองที่นั่งพร้อมร่วมบริจาคได้ที่ https://bit.ly/siriraj-donate




