
ตร. เปิดผลทยายยาเสพติด 1 เดือน ยึดยาบ้า 63 ล้านเม็ด ไอซ์ 5 ตัน อายัดทรัพย์ 442 ล้านบาท จับผู้ต้องหา 14,875 คน กำชับทุกหน่วยงานตรวจเข้มพื้นที่ชายแดน
วันที่ 27 เม.ย. 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ติดตามการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดทั่วประเทศ และสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ครั้งที่ 10/2569 พร้อมสรุปผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 27 เมษายน 2569
สามารถจับกุมคดียาเสพติด 16,283 คดี ได้ตัวผู้ต้องหา 14,875 คน และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1,071 หมาย
ตรวจยึดของกลาง แบ่งเป็น ยาบ้า 63 ล้านเม็ด, ไอซ์ 5,336 กิโลกรัม, คีตามีน 937 กิโลกรัม, เฮโรอีน 94 กิโลกรัม, ยาอี 200 เม็ด, อาวุธปืน 346 กระบอก และวัตถุระเบิด 5 ลูก พร้อมตรวจยึดเงินสด 11 ล้านบาท และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดรวมมูลค่ากว่า 442 ล้านบาท
พล.ต.ท.กฤษฎา กล่าวว่า ให้ทุกหน่วยบูรณาการข้อมูลด้านการข่าวและให้นำเครื่องมือพิเศษที่มีอยู่ เช่น เครื่อง X-Ray แบบพกพา ที่ได้รับการจัดสรรจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ให้ความสำคัญในการรายงานเหตุกรณีการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ มายังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น
พล.ต.ท.กฤษฎา กล่าวต่อว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดำเนินการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ชายแดนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังและตรวจค้นบุคคลหรือยานพาหนะต้องสงสัยที่มีพฤติการณ์ลำเลียงยาเสพติด ทั้งการลำเลียงยาเสพติดจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
ซึ่งพบว่ามีการข้ามไปดำเนินการซุกซ่อนยาเสพติดอำพรางมากับสินค้า เช่น แบตเตอรี่ เครื่องไฟฟ้า โดยใช้รถกระบะหรือรถสามล้อรับจ้าง รถบรรทุกสินค้า รถน้ำมัน และรถตู้โดยสาร (ซุกซ่อนในช่องลับ), การลำเลียงแบบกองทัพมดด้วยรถโดยสารหรือรถไฟหรือการส่งทางพัสดุไปรษณีย์จากจังหวัดชายแดน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลงสู่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคใต้
การลำเลียงยาเสพติดโดยเครือข่ายชาวมาเลเซียที่เดินทางไปลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน โดยใช้รถยนต์ทะเบียนมาเลเซีย หรือลักลอบลำเลียงทางรถไฟหรือรถโดยสารสาธารณะ รวมถึงการทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในชุมชน
หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง




