ปีนี้อาจร้อนยิ่งกว่าปีไหนๆ นักท่องเที่ยวขอหนีแดดหาที่เย็น ทำเทรนด์ ‘Coolcation’ โตพุ่ง 74%

ก็แดดมันร้อน คนไม่ใช่หุ่นยนต์ที่จะทนตากแดดทั้งวัน เปิดเทรนด์ “Coolcation” เมื่อคนหันมาเที่ยวอากาศเย็น มากกว่าไปท้าแดดที่ชายหาด

ใครที่กำลังคิดว่าปีนี้อากาศร้อนขึ้นกว่าทุกครั้งหรือเปล่านะ จะบอกว่าทุกคนไม่ได้คิดไปเอง เพราะปีนี้โลกเราอากาศร้อนกว่าทุกปีจริงๆ 

อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเราในช่วง 50 ปีที่ผ่านมามีอัตราเพิ่มเร็วกว่าทุกช่วงเวลา รายงานจาก Copernicus Climate Change Service (C3S) ยังบอกว่า เดือนกุมภาพันธ์ของปีนี้ติดอันดับ 5 เดือนที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังมีแนวโน้มว่าจะร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เปลี่ยนแค่อุณหภูมิของโลก แต่กำลังทำให้การท่องเที่ยวในช่วงหน้าร้อนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป 

เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคปรับเปลี่ยนตามสภาพอากาศ ขอเลือกเที่ยวที่เย็นๆ อากาศดีๆ มากกว่าไปเผชิญอากาศร้อนที่ชายหาด จนเกิดเทรนด์ที่เรียกกันว่า “Coolcation”

เทรนด์นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่ Coolcation ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ปีก่อนหน้า ข้อมูลจาก Trip.com ทำให้เห็นว่ากระแสการหนีร้อนไปพึ่งเย็นในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2568 เติบโตถึง 237% เมื่อเทียบกับปี 2567 

ขณะเดียวกัน นับตั้งแต่ต้นปี 2569 การค้นหาจุดหมายปลายทางที่อากาศดี ก็เพิ่มขึ้น 74% เช่นเดียวกัน

ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่เพียงการค้นหาจุดหมายปลายทาง แต่การพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับ Coolcation บน Trip Moment ก็เพิ่มขึ้นถึง 15.4% โดยเฉพาะคอนเทนต์เกี่ยวกับที่เที่ยวอากาศเย็น และเทคนิคการหนีร้อน ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ 

จะมีที่ไหนที่เหมาะกับการหลบร้อนไปได้ดีกว่าประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องอากาศหนาว 

การค้นหาเที่ยวบินไปยุโรปปีนี้บน Trip.com กำลังเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (มิถุนายน-สิงหาคม) โดยเฉพาะจุดหมายปลายทางในแถบยุโรปเหนือและยุโรปกลาง ที่มีอากาศเย็นสบาย เหมาะกับการทำกิจกรรมกลางแจ้งในหน้าร้อน เช่น ไอซ์แลนด์ ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยในหน้าร้อนอยู่ที่ประมาณ 11°C

โดย 5 อันดับแรก ได้แก่

  • เวลส์ เพิ่มขึ้น 141%
  • สโลวีเนีย เพิ่มขึ้น 110%
  • สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่มขึ้น 95%
  • นอร์เวย์ เพิ่มขึ้น 89% 
  • ไอซ์แลนด์ เพิ่มขึ้น 85%

สำหรับทวีปเอเชีย การค้นหาจุดหมายปลายทางเพื่อหนีร้อนก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือเลือกจากอากาศที่กำลังสบาย ไม่ได้ร้อนจนเกินไป และยังสามารถเที่ยวแบบอากาศเย็นได้แม้ว่าจะอยู่ในหน้าร้อนของประเทศก็ตาม ทำให้ยอดการค้นหาเพิ่มขึ้นจากปี 2568 ซึ่งได้แก่

  • มองโกเลียใน เพิ่มขึ้น 85%
  • ซัปโปโร เพิ่มขึ้น 82%
  • ซาปา เพิ่มขึ้น 76%
  • ยูนนาน เพิ่มขึ้น 43%

หนีร้อนไปด้วย รักษ์โลกไปด้วย นอกจากเทรนด์ Coolcation ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลจาก Trip.com ก็ทำให้เห็นด้วยว่านักท่องเที่ยวกำลังให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

โดยมีนักท่องเที่ยว 47% ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และ 38% บอกว่าให้คุณค่ากับมรดกทางวัฒนธรรม ของแต่ละสถานที่ที่ไป 

ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นชัดคือการเลือกจองเช่ารถยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริดบนแพลตฟอร์มที่เติบโตเฉลี่ย 10% ต่อเดือน อีกทั้งยอดจองที่พักที่มีเครื่องหมายรับรองด้านความยั่งยืนก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปี 2568 อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ภาวะโลกร้อนที่กำลังเผชิญอยู่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแค่สภาพภูมิอากาศ แต่กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนในการเลือกเดินทางในแต่ละที่ หากโลกยังร้อนขึ้นทุกปีแบบนี้ก็น่าคิดว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงต่อไปอย่างไรจากปัจจุบันที่ยังมีทิวทัศน์สวยๆ กับอากาศเย็นให้หลบร้อนได้อยู่  

หรือแม้แต่หน้าร้อนที่เคยเป็น High Season ของการเที่ยวทะเล เมื่อ Coolcation ทำให้คนเลือกที่จะหนีจากอากาศที่ร้อนสุดขั้ว จะส่งผลอย่างไรต่อจำนวนนักท่องเที่ยวในเมืองชายทะเลรวมถึงในประเทศไทย ก็เป็นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไป

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา