ทนายอนันต์ชัย บุกกขค. ยื่นเอาผิดแพลตฟอร์มยักษ์ เมินประกาศคุมอีคอมเมิร์ซ ไม่สน ยังคงเดินหน้าบังคับขนส่ง ล็อกสิทธิ์ร้านค้า-จำกัดทางเลือกผู้บริโภค
วันที่ 28 เม.ย.2569 นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เดินหน้าร้องเรียนต่อต่อสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ สำนักงาน กขค. เพื่อเอาผิดแพลตฟอร์มรายใหญ่ จากกรณี “การบังคับเลือกขนส่ง” ที่ยังฝังรากลึกอยู่ในระบบ
โดยผู้ขายจำนวนมากสะท้อนตรงกัน ว่าไม่สามารถเลือกบริษัทขนส่งได้ ต้องใช้บริการที่แพลตฟอร์มกำหนดไว้เท่านั้น แม้จะมีต้นทุนสูงกว่า ส่งช้ากว่า หรือไม่ตอบโจทย์ลูกค้า ซึ่งผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ร้านค้า แต่ลามไปถึงผู้บริโภค ที่ถูกจำกัดสิทธิในการเลือกบริการที่ดีที่สุด ขณะที่ผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นถูกกันออกจากตลาดตั้งแต่ต้นทางการแข่งขัน
ทั้งที่ สำนักงาน กขค. ได้ออกประกาศควบคุมไว้อย่างชัดเจน โดย ข้อ 3 ห้ามการกระทำที่มีลักษณะกีดกัน บังคับ หรือจำกัดสิทธิ ซึ่งนำไปสู่การผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในตลาด และที่ชัดเจนที่สุดคือ ข้อ 4 (2)(ข) 1) ที่ระบุว่า การบังคับใช้บริการขนส่ง หรือการตั้งค่า Default ที่ผู้ขายไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยสะดวก เป็น “พฤติกรรมต้องห้าม” โดยตรง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับสวนทาง แพลตฟอร์มยังคงใช้รูปแบบเดิมอย่างไม่สะทกสะท้านต่อกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นการฝ่าฝืนข้อ 3 ของประกาศ สำนักงาน กขค. โดยตรง

นอกจากนี้ ยังอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 หลายมาตรา ได้แก่ มาตรา 50, 54, 55, 57 และ 58 ซึ่งมีโทษ ตามมาตรา 72 จำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ ครอบคลุมทั้งการใช้อำนาจตลาด การร่วมกันจำกัดการแข่งขัน และการกระทำทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
ด้าน ผู้ประกอบการบางราย ระบุว่า ถูกบีบให้รับต้นทุนที่ไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่บางรายสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ เพียงเพราะไม่สามารถเลือกขนส่งที่เหมาะสมกับสินค้าได้

ขณะที่ ทางสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ สำนักงาน กขค. ออกประกาศ “ไกด์ไลน์ E-Commerce” เพื่อกำกับดูแลพฤติกรรมทางการค้าของผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบ Multi-sided Platform โดยมีผลบังคับใช้ทันที หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา
โดย ระบุว่า แนวทางดังกล่าวอ้างอิงตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 เพื่อใช้พิจารณาการกระทำที่อาจเข้าข่ายไม่เป็นธรรม หรือจำกัดการแข่งขัน สาระสำคัญแบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ด้านราคา ห้ามกำหนดราคาเลียนแบบคู่แข่ง การเลือกปฏิบัติด้านราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่เป็นภาระเกินควรโดยไม่แจ้งล่วงหน้า

ส่วนด้านพฤติกรรมอื่น ห้ามใช้ระบบอัลกอริทึมกีดกันการมองเห็นสินค้า เอื้อประโยชน์ให้บริการของตนเอง หรือบังคับให้ผู้ค้าต้องใช้บริการที่แพลตฟอร์มกำหนด ทั้งนี้ หากเข้าข่ายความผิด จะมีโทษทั้งทางอาญาและโทษปรับทางปกครอง โดย สำนักงาน กขค. ย้ำจะพิจารณาเป็นรายกรณีอย่างรอบด้าน




