“สิริพงศ์” เร่ง ขสมก.รีรูท 107 เส้นทางเปลี่ยนใช้รถ EV เพิ่มรายได้ ลดภาระหนี้แสนล้าน

“สิริพงศ์” เร่งขสมก.รีรูท 107 เส้นทางเปลี่ยนใช้รถ EV เพิ่มรายได้ ลดภาระหนี้แสนล้าน

“สิริพงศ์” เร่ง ขสมก. รีรูท 107 เส้นทางใหม่ ให้ตอบโจทย์เมือง คนใช้บริการ เปลี่ยนใช้รถ EV หารายได้เชิงพาณิชย์ ลดภาระหนี้ 1.45 แสนล้าน ตั้งเป้าปี75 ผลประกอบการเป็นบวก

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)ว่า ปัจจุบันขสมก.มีคนใช้บริการอยู่ประมาณ 500,000 คนต่อวัน แต่ผลการดำเนินงานขาดทุนมาตลอดปีละ 8,000 ล้านบาท และมีหนี้สะสมประมาณ 145,000 ล้านบาท เนื่องจากประสบปัญหามาตลอดทั้งการคุมค่าโดยสาร พฤติการผู้ใช้ ลักษณะภูมิศาสตร์และเมืองเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง บางสายทางไม่นิยมแล้ว

ปัจจุบันขสมก.กำลังดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างเส้นทาง (Re-route) จำนวน 107 สายทาง เพื่อลดกิโลเมตรสูญเปล่า ลดความทับซ้อนของเส้นทาง พร้อมยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อ ล้อ ราง เรือ จะได้ข้อสรุปภายใน 2 เดือนนี้

นอกจากนี้ขสมก.กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่รถเมล์ไฟฟ้า(EV) ทดแทนรถเก่าที่เสื่อมสภาพหลังผ่านการใช้งานมานาน เพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าซ่อมบำรุงได้กว่า 50% โดยมีแผนจะเช่ารถเมล์ EV จำนวน 800 คัน เพื่อทดแทนรถปรับอากาศและอีก 700 คันสำหรับทดแทนรถเมล์NGVเพิ่มจากที่ขสมก.ได้ดำเนินการไปแล้วก่อนหน้านี้ จำนวน 1,520 คัน ซึ่งจะส่งมอบภายในเดือนมีนาคม 2570

”การเปลี่ยนมาใช้รถEV เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดภาระการขาดทุนสะสมขององค์กร แต่การจัดเก็บค่าโดยสารต้องไม่เป็นภาระให้ประชาชน อีกทั้งลดมลพิษ PM2.5 ในเขตเมืองอย่างยั่งยืน“

Advertisement

นายสิริพงศ์กล่าวว่า ยังให้ขสมก.หารายได้จากการบริหารสินทรัพย์เชิงพาณิชย์ เช่น ที่ดินอู่บางเขน และมีนบุรี จะพัฒนาเป็นสถานีชาร์จ EV พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอู่จอดรถ 12 แห่ง บนที่ดินของขสมก.การทางพิเศษแห่งประเทศทไย(กทพ.)และบริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) เพื่อรองรับรถเมล์ EV เช่น สายใต้ใหม่ รังสิต เคหะสมุทรปราการ คลองบางไผ่ ปู่เจ้าสมิงพราย คลองเตย เชียงราก เป็นต้น รวมถึงหากรายได้จากค่าโฆษณา นอกเหนือจากรายได้จากค่าโดยสาร

อีกทั้งยังให้มีการเพิ่มทักษะ แก่พนักงาน เพื่อรองรับการทำงานในยุคดิจิทัล โดยตั้งเป้าหมายให้ ขสมก. มีผลประกอบการ EBITDA เป็นบวกได้ภายในปี 2575-2577

Advertisememt

ด้าน นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ กล่าวว่า สำหรับการเช่ารถเมล์EV จำนวน 800 คัน อยู่ในโครงการเกิน 1,000 ล้านบาทและต้องขออนุมัติงบฯปี 2570 รวมถึงผ่านการพิจารณาของสภาพัฒน์ฯ ทั้งนี้การเดินหน้าเช่าจะเป็นการเปิดประมูลและต้องเป็นรถใหม่ คาดว่าจะลงนามสัญญาได้ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2570 เช่นเดียวกับอีก 700 คัน ที่จะเป็นการเช่าและเปิดประมูลในแบบเดียวกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง