น้ำมันโลกพุ่งทะลุ 119 ดอลล์อีกรอบ หุ้นมะกันผันผวน เฟดคงอัตราดอกเบี้ย

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากความกังวลต่อหยุดชะงักของอุปทานจะยืดเยื้อจากสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่ดัชนีหุ้นวอลล์สตรีทมีทั้งปิดลบและบวกในวันที่ 29 เมษายน ระหว่างรอคอยผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ และหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ย แต่ยังคงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงิน

น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐปิดตลาดเพิ่มขึ้น 6.95% หรือ 6.95 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 106.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์ปิดเพิ่มขึ้น 6.08% หรือ 6.77 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 118.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันได้พุ่งไปแตะระดับสูงที่สุดที่ 119.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี หรือสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 หลังจากที่เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ราคาน้ำมันเคยทำสถิติสูงสุดที่ 119.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงทำสถิติใหม่อีกครั้งเนื่องจากยังไม่มีสัญญาณของการคลี่คลายความขัดแย้ง ในสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านซึ่งยืดเยื้อมาสองเดือน ที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่ออิหร่านตัดสินใจปิดฮอร์มุซเพื่อตอบโต้การทำสงครามของสหรัฐและอิสราเอล

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งเปิดเผยในวันพุธว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สอบถามบริษัทน้ำมันของสหรัฐเกี่ยวกับแนวทางลดผลกระทบจากการที่สหรัฐอาจต้องปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านเป็นเวลาหลายเดือน

ขณะที่นักลงทุนมีปฏิกิริยาที่หลากหลายต่อผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี โดยหุ้นของเมตา แพลตฟอร์มส์, อะเมซอนดอตคอม และไมโครซอฟท์ ที่ได้รับการตอบรับไม่ค่อยดีนัก ขณะที่หุ้นของอัลฟาเบตปรับตัวขึ้นในช่วงท้ายของการซื้อขาย

Advertisement

ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 280.12 จุด หรือ 0.57% ปิดที่ 48,861.81 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 2.85 จุด หรือ 0.04% ปิดที่ 7,135.95 จุด และดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้น 9.44 จุด หรือ 0.04% ปิดที่ 24,673.24 จุด

ด้านดัชนีหุ้นทั่วโลกของ MSCI ลดลง 1.42 จุด หรือ 0.13% ปิดที่ 1,067.56 จุด ก่อนหน้านี้ ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปปิดลดลง 0.6% จากผลประกอบการบริษัทที่ออกมาผสมผสานกัน และข้อมูลเศรษฐกิจที่ชี้ให้เห็นถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่าน

การซื้อขายหุ้นเป็นไปอย่างผันผวน หลังเฟดระบุว่าความกังวลเรื่องเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การตัดสินใจครั้งนี้มีกรรมการถึง 3 คนที่ไม่เห็นด้วยกับการคงถ้อยคำที่บ่งชี้ว่าเฟดยังมีแนวโน้มจะลดดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นการประชุมที่มีความเห็นแตกแยกมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1992 นอกจากนี้ ยังมีกรรมการอีก 1 คนที่ไม่เห็นด้วย โดยต้องการให้ลดดอกเบี้ยทันที 0.25%

เควิน วอร์ช ซึ่งเป็นผู้ที่ทรัมป์เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ คาดว่าจะเข้ามาทำหน้าที่แทนที่เจอโรม พาวเวลล์ ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ท่ามกลางความพยายามอย่างไม่เคยมีมาก่อนของทำเนียบขาวในการเพิ่มอิทธิพลเหนือธนาคารกลางที่ถือว่าทรงอำนาจที่สุดของโลก

คริส กริซานตี หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ Mai Capital Management กล่าวว่า เขามองว่าเสียงคัดค้านที่เกิดขึ้นถือเป็นสัญญาณเตือนไปยังวอร์ช ซึ่งสนับสนุนการลดดอกเบี้ย

“พวกเขาไม่ได้คัดค้านการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย แต่คัดค้านท่าทีเอนเอียงไปทางการผ่อนคลายนโยบายในแถลงการณ์ ซึ่งมีจุดประสงค์สองประการ ในแง่หนึ่งมันสะท้อนท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้น และอีกด้านหนึ่งคือการบอกว่าเราอาจไม่ได้เอนเอียงไปทางการลดดอกเบี้ยอีกแล้ว นี่ถือเป็นข่าวใหม่” กริซานตีกล่าว

พาวเวลล์ ซึ่งมีแผนดำรงตำแหน่งในฐานะกรรมการเฟดต่อไปหลังหมดวาระประธานเฟดในกลางเดือนพฤษภาคม กล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า เขาเข้าใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่บางคนจึงไม่เห็นด้วยกับการส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย แต่เขาไม่เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่กำลังโน้มเอียงไปสู่การขึ้นดอกเบี้ย

ด้านราคาทองคำปรับลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 และแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ 31 มีนาคม โดยราคาทองคำสปอตลดลง 1.12% มาอยู่ที่ 4,542.83 ดอลลาร์ต่อออนซ์