เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) เมืองทองธานี พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาว่า เป็นความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานและลึกซึ้ง โดยเชื่อว่ายังคงมีความแน่นแฟ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนประเด็นการทบทวนความสัมพันธ์นั้น โฆษกระบุว่า เป็นเรื่องในระดับนโยบาย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการต่างประเทศที่จะพิจารณาอย่างรอบคอบ ขณะที่กระทรวงกลาโหมมีบทบาทในการติดตามและสนับสนุนการดำเนินนโยบายด้านการต่างประเทศของรัฐบาล เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศโดยรวม
ขณะที่การจัดทำแผนงบประมาณปี 2570 ของเหล่าทัพ อยู่ระหว่างดําเนินการ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย รมว.กลาโหม

ด้าน นาวาเอก นรา คุณโทถม รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า กองทัพเรือมีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดหาเรือฟริเกต เพื่อเสริมศักยภาพกำลังทางเรือ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาด้านงบประมาณ และการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณมีความเหมาะสม โดยเบื้องต้นอาจมีการปรับเลื่อนกรอบเวลาออกไปจากปีงบประมาณ 2570 แต่ยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง
ทั้งนี้ ยืนยันว่าโครงการจัดหาเรือฟริเกตลำที่ 1 ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน และเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่กำหนด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการหลัก
พร้อมย้ำว่า แม้การจัดหาเรือใหม่อาจมีการเลื่อนออกไป แต่กองทัพเรือยังสามารถรักษาความพร้อมของกำลังรบจากเรือที่มีอยู่ให้รองรับภารกิจด้านความมั่นคงได้อย่างต่อเนื่อง
นาวาอากาศโท ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า แผนการจัดหาอากาศยานของกองทัพอากาศยังคงดำเนินการตามแผนงานเดิม โดยในระยะแรก จะดำเนินการตั้งแต่ปี 2568-2572 และจะทยอยนำอากาศยานเข้าประจำการในช่วงปี 2572
ขณะที่แผนระยะที่ 2 ซึ่งกำหนดไว้ในปี 2571 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด ทั้งด้านแผนงานและกระบวนการผลิตจากบริษัทผู้ผลิต ก่อนจะมีการประกาศและดำเนินการอย่างชัดเจนในระยะต่อไป ทั้งนี้ ยืนยันว่า ภาพรวมของโครงการยังเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้





