อนุทิน ลั่นห้ามบวกค่าไฟแฝงในบิลไฟบ้าน ผู้ว่าการกฟภ.ยอมรับเป็นจริง ยันแค่หน่วยงานระดับปฏิบัติต้องทำตามสนพ.-กกพ.

วันที่ 23 มิถุนายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการเก็บเงินค่าไฟสาธารณะแฝงในบิลค่าไฟของประชาชน ว่า กำลังให้แยกออกมาดูว่าเกิดขึ้นอย่างไร รมว.พลังงาน และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กำลังหาข้อเท็จจริงเพื่อมารายงาน เมื่อถามว่า ไม่ต้องการให้ประชาชนแบกภาระตรงนี้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่อยาก แต่ต้องไม่ให้ประชาชนแบกภาระ

เมื่อถามต่อว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม บอกว่าถ้าให้กระทรวงคมนาคมไปจ่ายจะแบกรับภาระตรงนี้ไม่ไหว นายกฯ กล่าวว่า ต้องตั้งงบประมาณปกติขึ้นมา แต่อย่าเพิ่งไปบอกว่าต้องทำอย่างไร ถ้าเป็นภาระประชาชนจริง ตอนนี้เรากำลังไปตรวจสอบเป็นดราม่าอย่างที่ว่า และยังไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงอย่างไร ถ้าจริงเราต้องไม่ให้ประชาชนรับภาระอย่างแน่นอน

เมื่อถามต่อว่า ตรงนี้เป็นข้อสั่งการมาจากนายกฯ ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “มันมีเอ๊ะนิดนึง แต่อยู่ที่มุมมอง อยู่ที่ใครจะเคลมอย่างไร การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บอกว่ารับภาระให้เลยนะ ค่าไฟสาธารณะเราแบกหมด ตอนนั้นผมอยู่กระทรวงมหาดไทย แต่ไม่ได้คุมพลังงาน ผมก็แค่ถามว่าแล้วแบกเนี่ย มีกำไรแสดงว่าแบกหรือไม่ แล้วแบกอย่างไร ทำไมถึงต้องไปแบก ตอนนั้นผมก็ได้แต่ถาม เพราะว่าไม่ได้คุมคมนาคม และพลังงาน แต่วันนี้เป็นหัวหน้ารัฐบาลแล้ว ก็คำถามเดิมที่บอก ไปถามรมว.พลังงาน ให้ไปตรวจสอบกับการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พอรับทราบตรงนี้ ต้องมาดูว่า ถ้าถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ยอมรับกันมาตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว เป็นค่าใช้จ่ายที่เปรียบเสมือนภาระที่การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต้องรับเอาไว้ อันนี้ก็ว่ากันไป แต่ถ้าบอกว่าตรงนี้ไม่ใช่ เลยมาเพิ่มค่าไฟตรงนี้แล้วคิดกับประชาชน อย่างนี้ตอบได้เลยว่าไม่ได้ ผมต้องแก้ให้แน่นอน” นายกฯ กล่าว

เมื่อถามว่า สุดท้ายการไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งจะต้องเป็นผู้แบกรับเองใช่หรือไม่ กระทรวงคมนาคมไม่สามารถรับผิดชอบได้ นายกฯ กล่าวว่า เป็นกระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวาในทางลงบัญชี เขาไม่ได้บอกว่าไปเอาของประชาชนมาคิดและมาจ่าย นี่เป็นค่าใช้จ่ายที่มีการกำหนดมา จากนี้เป็นต้นไปกรมทางหลวงจะต้องตั้งงบประมาณขึ้นมา ไม่ใช่บอกว่าไม่มีเงิน มันไม่ใช่ ต่อไปนี้ต้องมาจ่ายค่าไฟเอง อันนั้นเป็นเรื่องข้างหน้า ขอดูข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก่อนว่าเป็นอย่างไร รัฐบาลจะไปผลักให้ประชาชนได้อย่างไร

เมื่อถามย้ำว่า จะมีมาตรการเยียวยาประชาชนหรือไม่ที่ต้องจ่ายค่าไฟในส่วนนี้มานาน นายกฯ กล่าวว่า เอาเรื่องปัจจุบันก่อน ที่ทำมารัฐบาลนี้ภารกิจไม่มีอะไรนอกจากทำประเทศให้เจริญ ทำเศรษฐกิจให้เจริญ และดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ดังนั้น ถ้าถามว่ามีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนก็คิดทุกวัน ทำได้ก็ทำทุกอย่าง เพราะนี่คือภารกิจรัฐบาล

Advertisement

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีค่าใช้จ่ายของไฟสาธารณะ และไฟส่องสว่างริมทางหลวงหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ถูกแฝงอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน ว่า ต้องยอมรับในเรื่องนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในปัจจุบัน ต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรี พยายามที่จะหาทุกวิถีทางเพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ตามบ้านได้อย่างไร ในการที่เราลงไปสืบค้นแต่ละการไฟฟ้าทั้งหมด ส่วนหนึ่งก็มาจากทางหลวงชนบทที่เป็นไฟส่องสว่างบนถนนเพื่อความปลอดภัยของผู้เดินทาง แต่ในส่วนนั้นเราเพิ่งรู้ว่าไปแฝงอยู่ในค่า FT ไฟบ้านของประชาชน

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้แก้ไขปัญหาเพื่อลดค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน จะต้องหาผู้ที่จะมาเป็นผู้ชำระแทน ไม่ต้องไปบวกอยู่ในค่า FT

เมื่อถามว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า สามารถไปของบประมาณจากสำนักงบประมาณได้นั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องการของบประมาณเป็นอีกหนึ่งแนวทาง แต่เมื่อไปขอจากสำนักงบประมาณจะมีคำถามต่อไปว่า งบประมาณที่สำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง เก็บรวบรวมมาได้เป็นของใคร เงินมาจากไหน จะเกิดคำถามตามมาอีก ในที่สุดต้องหาวิธีที่ตัวเองรับผิดชอบตัวเองให้ได้ ไม่ว่าจะวิธีการใดหรือวิธีการหนึ่ง ต้องให้กระทรวงพลังงานหาวิธีการมา

ขณะที่นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เปิดเผยถึงกรณี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวถึงค่าไฟทางหรือไฟสาธารณะถูกนำไปบวกรวมอยู่ในบิลค่าไฟประชาชน ว่า เป็นความจริง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง เป็นหน่วยงานระดับปฏิบัติที่ดำเนินการตามโครงสร้างค่าไฟฟ้าอยู่แล้ว หากมีการกำหนดมาอย่างไรก็ดำเนินการตามนั้น ทั้งนี้ โครงสร้างไฟฟ้าและอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาต่างๆ เป็นของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

“ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว เกี่ยวกับค่าไฟทางหรือไฟสาธารณะที่ถูกนำไปบวกรวมอยู่ในบิลค่าไฟประชาชน ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เรื่องของโครงสร้างไฟฟ้าเป็นอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาของ สนพ. และ กกพ. ส่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง เป็นหน่วยงานระดับปฏิบัติที่ดำเนินการตามโครงสร้างค่าไฟฟ้าอยู่แล้ว หากมีการกำหนดอย่างไรก็มีหน้าที่ดำเนินการตาม” นายมงคล กล่าว