คนละครึ่งแจก 7 ปี   

คนละครึ่งแจก 7 ปี นับเป็นต้นตำรับ การแจกเงินโดยตรงให้ประชาชนค่อนประเทศ นอกฤดูเลือกตั้ง
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : อิศรินทร์ หนูเมือง

โครงการคนละครึ่งนับเป็นต้นตำรับการแจกเงินโดยตรงให้ประชาชนค่อนประเทศ นอกฤดูเลือกตั้ง

อาจนับไม่ถึงได้ว่าเป็น Helicopter Money แต่ใช้เงินภาษี-เงินกู้ ภาระ-พันธะของคนทั้งประเทศร่วมจ่ายต้นทุน

เหตุผลหลักที่นักการเมืองอ้างในการแจกเงินชอบธรรมที่สุด เพื่อเงินกำลังจะหมุนไป ในระบบเศรษฐกิจทุกหย่อมหญ้า และแก้ปัญหากลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก-โรคระบาด-ภัยพิบัติ

ก่อนจะมีการแจกเงินคนละครึ่ง เคยมีการแจกเงินผ่าน “เช็คช่วยชาติ” มาแล้ว ในยุครัฐบาลประชาธิปัตย์ (2552)

หลังจากนั้น 11 ปี มีโรคระบาดร้ายแรงโควิด-19 ส่งผลสะเทือนต่อระบบเศรษฐกิจทั้งโลก รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้โครงการแจกเงินคนละครึ่งครั้งแรก หลังประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกในต้นปี 2563 สะเทือนถึงทุกชีวิต-ทุกกิจการ ร้านตลาด

Advertisement

ปฐมบท-โครงการคนละครึ่งเฟส 1 เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2563 แจกรายละ 3,000 บาท จำนวน 9.98 ล้านคน ร้านค้าเข้าร่วมโครงการกว่า 968,000 ร้าน เม็ดเงินใช้จ่าย 42,044 ล้านบาท

หลังจากนั้นไตรมาสแรกปี 2564 ครม.ประยุทธ์ อนุมัติโครงการคนละครึ่งเฟส 2 เปิดให้ผู้ร่วมลงทะเบียนอีก 5 ล้านคน รวมกับเฟสแรก มีผู้ใช้จ่าย 14.79 ล้านคน เม็ดเงินเข้าระบบ 20,300 ล้านบาท

Advertisememt

ช่วงครึ่งหลังปี 2564 (ก.ค.-ธ.ค.) วิกฤตเศรษฐกิจซึมหนัก รัฐบาลเห็นชอบโครงการคนละครึ่งเฟส 3 รอบนี้รัฐบาลจัดหนักด้วยการเพิ่มวงเงินเป็น 4,500 บาท/คน เปิดโอกาสให้ใช้จ่ายเป็นค่าเดินทาง และซื้ออาหารดีลิเวอรี่ได้ด้วย มีผู้ได้รับสิทธิสูงสุดถึง 26.34 ล้านคน มียอดใช้จ่ายสะสม 221,109.8 ล้านบาท

ปีถัดมา “ฉายารัฐบาลหน้ากากคนดี”  2565 โครงการคนละครึ่งเฟส 4 แจกรายละ 1,200 บาท ให้กลุ่มคนเดิมได้รับสิทธิ์ 26.27 ล้านคน ใช้จ่าย 4 เดือน (ก.พ.- พ.ค.)

ในช่วงกลางปี 2565 สถานการณ์โควิด-19 อยู่ในช่วงขาลง เปลี่ยนผ่านจากยุคระบาดใหญ่ สู่โรคประจำถิ่น แต่เศรษฐกิจยังไม่กระเตื้อง รัฐบาลเดินหน้าแจกคนละครึ่งเฟส 5 (ก.ค.-ต.ค.) รอบนี้แจกน้อยที่สุดหัวละ 800 บาท 24.02 ล้านคน

การแจกเงินต่อเนื่องราว 2 ปีเศษ 5 เฟส รัฐบาลใช้งบประมาณไป 208,400 ล้านบาท 

ไม่เพียงแจกเงินคนละครึ่ง ระหว่างนั้นกลางปี 2564 มีการ แจกเงินโครงการ “ม.33 เรารักกัน” ให้กับกลุ่มมนุษย์เงินเดือน ที่จ่ายเงินประกันสังคม คนละ 4,000 บาท 9.27 ล้านคน

คู่ขนานกับการแจกเงินประชาชนทั่วไป 31.1 ล้านคน ในโครงการ “เราชนะ” ถึงรายละ 7,000 บาท แบ่งจ่าย 2 รอบ เดือนละ 3,500 บาท

วิกฤตโควิด-19 ประชาชนได้รับแจกเงินต่อเนื่อง 3 ปี ภายใต้มาตรการที่รัฐต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1.5 ล้านล้าน

ผ่านไป 2 นายกรัฐมนตรี รัฐบาลเพื่อไทย ไร้เงาโครงการคนละครึ่ง แต่มีโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ที่หาเสียงไว้ ทว่าแจกได้แค่ครึ่งโครงการ เฉพาะกลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุเท่านั้น

ล่วงเข้าสู่ยุครัฐบาลเสียงข้างน้อย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้ารับตำแหน่งเดือนแรก ก็เปิดลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ทันที แจกกลุ่มประชาชนทั่วไป รายละ 2,000 บาท และประชาชนผู้เสียภาษี 2,400 บาท ใช้จ่ายไตรมาสสุดท้ายปี 2568

เมื่อเข้าสุ่ยุครัฐบาลอนุทิน 2 โครงการ คนละครึ่งพลัสเฟสใหม่ ถูกพิจารณาแทบจะทันที ประจวบเหมาะกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง สะเทือนเศรษฐกิจทั่วโลก

คณะรัฐมนตรี ต้นเดือนพฤษภาคม 2569 เตรียมพิจารณา “คนละครึ่งพลัส” เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ บรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน 2 กลุ่ม คือกลุ่มประชาชนทั่วไป 20 กว่าล้านคน และประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน รวมผู้ที่จะได้รับการช่วยเหลือกว่า 34 ล้านคน

แจกเงินกว่า 34 ล้านคนเป็นอย่างน้อย รายละ 1,000 บาท 4 เดือน รวม 4,000 บาท ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน 2569  รัฐบาลจ่ายให้ 60% ผู้มีสิทธิร่วมจ่าย 40%

คนละครึ่งพลัสครั้งนี้มีชื่อมาตรการร่มใหญ่ว่า “ไทยช่วยไทยพลัส” รัฐต้องจ่ายเงินเดือนละอย่างต่ำ 34,000 ล้านบาท 4 เดือน เม็ดเงินหมุนรอบแรก 1.36 แสนล้าน

มีแนวโน้มสูงที่ส่วนหนึ่งอาจต้องใช้วงเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ที่คาดหมายว่าจะกู้ประมาณ 4 แสนล้านบาท

โครงการแจกเงินคนละครึ่ง หรือแจกเงินเพื่อค่าครองชีพ แจกมาตั้งแต่ยุคประชาธิปัตย์ แจกจริงจังต่อเนื่องในรัฐบาลรัฐประหาร-รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ยุคเลือกตั้ง-รัฐบาลเศรษฐา-รัฐบาลอนุทิน 1 ถึงรัฐบาลอนุทิน 2 ต่อเนื่อง 7 ปี

อำนาจ-พระเดช การแจกเงิน-กู้เงิน รัฐบาลที่หาเสียงเลือกตั้งมา สามารถทำได้ตามสูตร เจอ-จ่าย-แจก-จบ

ทว่าทิพยอำนาจของผู้นำที่แท้ อาจต้องบริหารบารมี-เพิ่มพระคุณ จึงจะประคองอำนาจเป็นรัฐบาลที่จีรัง-ยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง