
ยูเครนชี้ ญี่ปุ่นไฟเขียวส่งออกอาวุธ เปิดทางเคียฟหนุนคลังแสงสู้รัสเซีย
รอยเตอร์เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ ยูริ ลูโตวินอฟ เอกอัครราชทูตยูเครนประจำประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่กล่าวว่า การผ่อนคลายกฎระเบียบควบคุมการส่งออกอาวุธของญี่ปุ่น เป็นการเปิดทางให้ญี่ปุ่นเป็นผู้จัดหาอาวุธให้กับยูเครนในสงครามกับรัสเซีย ซึ่งทำให้การพูดคุยกันสามารถเกิดขึ้นได้ ในทางทฤษฎีแล้ว เรื่องนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ
พร้อมกล่าวว่า หากยูเครนล่มสลาย จะเกิดปรากฏการณ์โดมิโนครั้งใหญ่ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมความมั่นคงของภูมิภาคอินโดแปซิฟิกและยุโรปจึงไม่สามารถแยกออกจากกันได้ โดยญี่ปุ่นสามารถสนับสนุนการพัฒนาระบบป้องกันทางอาหารของยูเครน ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาขีปนาวุธแพทริออตของสหรัฐ
“เรามีความสามารถในการผลิตด้านอุตสาหกรรม แต่เราต้องการการลงทุน เราต้องการเงินสนับสนุน”
ลูโตวินอฟกล่าว
ลูเตวินอฟเผยว่า ขณะนี้ยังมีการหารือเกี่ยวกับการที่ญี่ปุ่นอาจเข้ามามีส่วนร่วมในรายการความต้องการของยูเครน (PURL) ขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งเป็นโครงการที่ใช้เงินสนับสนุนในการจัดซื้ออุปกรณ์ที่ผลิตในสหรัฐให้กับยูเครน
ซึ่งได้จัดหาอุปกรณ์และกระสุนมูลค่ามาแล้วมากกว้า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในปีที่ผ่านมา ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์กลายเป็นประเทศนอกนาโตที่เข้าร่วม
พร้อมบอกว่า บริษัทของญี่ปุ่นสามารถช่วยให้ยูเครนกระจายแหล่งอุปทานอิเล็กทรอนิกสต์และส่วนประกอบขนาดเล็กสำหรับโดรนนับพันที่ส่งไปใช้บริเวณแนวหน้าของการสู้รบ
“ทุกประเทศสามารถเข้าร่วมกลไกนี้ได้ โดยเคารพกรอบกฎหมายของตนเอง และยังสามารถเป็นกลไกป้องกันที่ไม่ร้ายแรงถึงชีวิต เราไม่ใช่ประเทศที่ต้องการเพียงแค่ขอความช่วยเหลือเท่านั้น แต่เราเป็นประเทศที่จะมีส่วนร่วมในการสนับสนุนด้วยเช่นกัน เทคโนโลยีของญี่ปุ่นและประสบการณ์ของยูเครน หากเราสามารถนำมาผสานกันได้ ก็จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ระดับสูง” ลูเตวินอฟกล่าว
ด้านญี่ปุ่นก็ได้เชื่อมโยงชะตากรรมของยูเครนเข้ากับความมั่นคงของตนเอง ท่ามกลางอิทธิพลทางทหารของจีนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งญี่ปุ่นอยู่ห่างจากไต้หวันเพียงประมาณ 110 กิโลเมตร ทำให้เกิดความกังวลหากจีนดำเนินการยึดไต้หวัน ญี่ปุ่นอาจถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งได้
ในปี 2022 ไม่นานหลังรัสเซียเริ่มทำสงครามกับยูเครน ฟูมิโอะ คิชิดะ อดีตนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น เตือนว่า ยูเครนในวันนี้ อาจกลายเป็นเอเชียตะวันออกในวันหน้า และได้อนุมัติแผนการเสริมสร้างกำลังทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งได้รับการเร่งดำเนินการโดยนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ หลังเข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม 2025
เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทาคาอิจิ บอกกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนผ่านทางโทรศัพท์ว่า ญี่ปุ่นอยู่เคียงข้างยูเครนและสนับสนุนความพยายามในการได้มาซึ่งสันติภาพที่ยุติธรรมและยั่งยืนอย่างเร็วสุด
ทั้งนี้ ยูเครนจำเป็นต้องทำข้อตกลงด้านกลาโหมและการถ่ายทอดเทคโนโลยีอุปกรณ์กับญี่ปุ่น ซึ่งได้ทำข้อตกลงลักษณะนี้กับ 18 ประเทศแล้ว รวมถึงเยอรมนี ออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม




