
สส.ปชน. ลุยนั่งรถไฟมหาชัย–วงเวียนใหญ่ สำรวจเส้นทางพร้อมฟังเสียงสะท้อนจากปชช. จี้ รมว.คมนาคม-รฟท. เร่งให้ความชัดเจน หลังปล่อยเบลอมากว่าสิบปี
เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม สส.สมุทรสาครและกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เดินทางด้วยรถไฟจากสถานีมหาชัยไปยังสถานีวงเวียนใหญ่ สำรวจเส้นทางที่ในขณะนี้อยู่ในช่วงรับฟังความคิดเห็นของโครงการศึกษาระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม มหาชัย-วงเวียนใหญ่ เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่
โดย นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร กล่าวว่า วันนี้พวกตน สส.สมุทรสาคร พร้อมกับ สส. กรุงเทพฯ ในพื้นที่ที่โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม มหาชัย-วงเวียนใหญ่ จะวิ่งผ่าน มารวมตัวกันเพื่อนั่งรถไฟและรับฟังเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชนต่อโครงการดังกล่าว มาสำรวจชุมชนและบ้านเรือนตลอดเส้นทาง เพราะต้องการรับฟังและเข้าใจสถานการณ์จริงว่าหากโครงการเกิดขึ้นแล้วจะส่งผลในมิติใดบ้าง
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า พวกตนต้องการรวบรวมข้อมูลส่งเสียงไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อขอทราบความชัดเจน วันนี้ประชาชนในพื้นที่ยังต้องการความชัดเจนว่าสุดท้ายแล้วโครงการนี้จะเกิดหรือไม่ เพื่อประชาชนจะสามารถวางแผนในการดำเนินชีวิตต่อไปได้ หรือแม้กระทั่งประชาชนผู้สัญจรไปมา ไม่ว่าจะเป็นชาวมหาชัย ชาวสมุทรสาคร หรือชาวกรุงเทพมหานครตลอดเส้นทาง ก็ย่อมอยากเห็นความชัดเจนจากรัฐบาล ไม่ใช่ทำการศึกษาแล้วศึกษาเล่า แล้วก็เอาขึ้นหิ้ง ไม่รู้สุดท้ายจะอย่างไรต่อ อยากให้ครั้งนี้ที่เสียงบประมาณศึกษาไปแล้วเกิดความชัดเจน
นอกจากนี้ พวกตนได้มาดูสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนที่เดินทางด้วยรถไฟสายมหาชัย-วงเวียนใหญ่เดิม และพบว่าระหว่างรอความชัดเจนของการก่อสร้างโครงการดังกล่าว รถไฟที่ใช้วิ่งอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกันที่จะทำยังไงให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี พี่น้องประชาชนได้สะท้อนเข้ามาเรื่องความปลอดภัยของสถานีรถไฟ ทั้งเรื่องแสงสว่าง หรือชานชาลาที่มีความสูงในบางสถานี ทำให้ประชาชนขึ้นลงลำบาก รวมถึงกล้องวงจรปิดในรถไฟ ที่ยังไม่มี ซึ่งจะช่วยในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่สัญจร โดยในระหว่างที่รอความชัดเจนของโครงการรถไฟฟ้าสายแดงเข้มนี้ พวกตนจะใช้กลไกสภาในการผลักดันการแก้ปัญหา สะท้อนเสียงของประชาชนไปยังผู้มีอำนาจต่อไป
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า สส.พรรคประชาชนทุกคนที่สำรวจเส้นทางและรับฟังความเห็นของประชาชนในวันนี้ มีความเห็นตรงกันว่าต้องการความชัดเจนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือแม้กระทั่งรัฐบาลเอง รวมไปถึง รฟท. ว่าสุดท้ายแล้วโครงการดังกล่าวจะมีข้อสรุปเมื่อไรอย่างไร หวังว่าการศึกษาครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย และเกิดความชัดเจนให้กับพี่น้องประชาชน
ด้าน นายนฤพล เลิศปัญญาโรจน์ สส.กทม. กล่าวว่า โครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง มหาชัย-วงเวียนใหญ่ ยังมีสิ่งที่เป็นความกังวลจากพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการรถไฟฟ้า เช่นเรื่องตัวรถไฟ เมื่อมีการพัฒนาจากรถไฟแบบรางเดี่ยวเป็นรถไฟฟ้าแบบลอยฟ้ารางคู่นั้น จะส่งผลต่อวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าที่จะต้องขนของต่างๆ ขึ้นมาบนรถไฟฟ้าที่เป็นสถานีแบบลอยฟ้า จะมีผลกระทบมากน้อยขนาดไหน รถไฟที่เป็นรุ่นใหม่นั้นจะสามารถบรรทุกสินค้าได้แบบเดิมหรือไม่ อัตราค่าโดยสารจะสูงขึ้นหรือไม่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสถานี ณ ตอนนี้สุดสายจะอยู่ที่ตลาดในบริเวณมหาชัย หากมีการเปลี่ยนสถานีสุดสายไปที่บริเวณถนนเอกชัย จะมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนหรือไม่อย่างไร
นายนฤพล กล่าวต่อว่า คำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประชาชนหลายๆ ตนต้องการให้ภาครัฐช่วยดำเนินการเข้ารับฟังปัญหาและอีกสิ่งสำคัญคือปัจจุบันสถานีปลายทางจะอยู่ที่วงเวียนใหญ่ เป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำสถานีจากวงเวียนใหญ่ไปเชื่อมที่หัวลำโพง เพราะประชาชนเมื่อไปถึงที่วงเวียนใหญ่แล้ว ต้องการเดินทางไปที่จุดหมายปลายทางอื่น ๆ ก็จำเป็นต้องเรียกรถต่อ ซึ่งเสียเวลาในการเดินทาง เป็นไปได้หรือไม่ที่จะรวมระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นรถไฟเข้าด้วยกัน เพื่อความสะดวกที่สุดของพี่น้องประชาชน
ขณะที่ นายพงษ์สรณัฐ ทองลี สส.กทม. กล่าวว่า เมื่อสอบถามพี่น้องประชาชนระหว่างเส้นทางที่อยู่บนรถไฟ หลายคนยังไม่ทราบว่าจะมีการรับฟังความคิดเห็นในช่วงนี้ เนื่องจากไม่มีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง จากการที่ตนสำรวจเส้นทางในวันนี้ทั้งขาไปและขากลับ ตามสถานีต่าง ๆ ก็ไม่ได้มีป้ายประชาสัมพันธ์แต่อย่างใด ทั้งที่การรับฟังความเห็นครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง จะมีขึ้นในวันที่ 18 พฤษภาคม และอาจจะเป็นครั้งสุดท้าย
นายพงษ์สรณัฐ กล่าวต่อว่า ตนจึงเรียกร้องให้ทาง รฟท. และที่ปรึกษาของโครงการเร่งกระจายข่าวให้ประชาชนทราบเพื่อสามารถเข้าร่วมให้ความเห็นได้มากที่สุด เพราะนอกจากชุมชนที่อยู่อาศัยบริเวณรางรถไฟ ก็ยังมีประชาชนที่สัญจรไปมาทุกวัน กลุ่มคนเหล่านี้จะได้รับผลกระทบในช่วงการก่อสร้างรถไฟ ที่สำคัญคือหากนำรางออกและปรับเป็นลอยฟ้าแทน ก็ต้องฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รฟท. และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่จะเป็นผู้วางแผนในการก่อสร้างในอนาคต ต้องวางแผนเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน
ฟาก นายธัญธร ธนินวัฒนาธร สส.กทม. กล่าวว่า นอกจากโครงการดังกล่าวจะกำลังไปตัดกับถนนที่ กทม. จะตัดขึ้นมาใหม่ ที่เริ่มต้นจากถนนพุทธมณฑลสาย 1 จากการรับฟังในหลายเวทีพบว่ายังไม่มีการบูรณาการร่วมกันถึงแนวทางก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าและการตัดถนนเส้นใหม่ จึงอยากให้ รฟท. และที่ปรึกษา พูดคุยกับทาง กทม. ให้มากกว่านี้ เพื่อที่การก่อสร้างในอนาคตจะไม่มีปัญหา สามารถตอบโจทย์ของประชาชนในพื้นที่ได้มากที่สุด โดยระหว่างที่ตนนั่งรถไฟไป-กลับ เห็นว่าทั้งสองข้างทางของรถไฟ โดยเฉพาะในเขต กทม. มีพี่น้องอาศัยอยู่ค่อนข้างมาก ภาครัฐจึงควรให้ความชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางการเวนคืน ว่ามีใครบ้างที่จะได้รับผลกระทบ และให้ความชัดเจนว่าประชาชนที่เดินทางอยู่ในละแวกนี้ จะใช้ชีวิตประจำวันต่อไปกันอย่างไร
นายณพัฎน์ จิตตภินันท์กัณตา สส.กทม. กล่าวว่า รถไฟขบวนนี้วิ่งผ่านสถานที่สำคัญจำนวนมาก โดยเฉพาะสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ วัดที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน จุดสิ้นสุดสถานีก็ไม่ไกลจากอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช ดังนั้น มาตรการในการประเมินเรื่องโบราณสถาน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้รับผิดชอบควรให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน รวมถึงความกังวลของพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบต่อวิถีชีวิตดั้งเดิม ว่าหากมีโครงการดังกล่าวแล้วจะเป็นอย่างไร ความชัดเจนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด





