เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 มีรายงานความคืบหน้าการชุมนุมของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานีและประชาชนกรงปินัง บริเวณหน้าศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จังหวัดยะลา ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 3 เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำกรงปินัง (เขื่อนกรงปินัง) ล่าสุดสถานการณ์ขยับสู่หมุดหมายสำคัญ เมื่อนักปกป้องสิทธิฯเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี และประชาชนชาวกรงปินังสามารถผลักดันข้อเสนอให้กลายเป็นหนังสือคำสั่งเชิงนโยบายได้สำเร็จ

เจรจามาราธอน-รัฐยอมรับความล้มเหลว
บรรยากาศในช่วงเช้า ตัวแทนเครือข่ายฯ ได้เข้าหารือร่วมกับ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. รักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. โดยใช้เวลานานหลายชั่วโมง จนกระทั่งช่วงบ่าย นายนันทพงศ์ได้ออกมาเปิดเผยผลการหารือในบริเวณพื้นที่ชุมนุมร่วมกับตัวแทนเครือข่ายฯว่า ศอ.บต. ได้เปิดกลไกรับข้อเรียกร้องของประชาชนเข้าสู่กระบวนการของรัฐแล้ว โดยมีการลงนามหนังสือด่วน2ฉบับถึงสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และอธิบดีกรมชลประทาน เพื่อขอให้พิจารณาชะลอหรือยุติโครงการเขื่อนกรงปินังและแผนพัฒนาลุ่มน้ำ พ.ศ. 2510 ไว้ก่อนรักษาราชการแทนเลขาธิการ ศอ.บต. ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ที่ผ่านมาเกิดปัญหาในกระบวนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารข้อมูล ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น พร้อมยืนยันว่าโครงการยังไม่เข้าสู่ขั้นตอนอนุมัติงบประมาณ จึงเป็นจังหวะเหมาะสมที่จะใช้กลไกใหม่ในการทบทวน

ชัยชนะ ที่สะสมจากพลังประชาชน
ขณะที่ซอฮาบูดิน เลาะยะพา นักปกป้องสิทธิฯเครือข่ายพิทักษ์์สายน้ำปัตตานี กล่าวเปิดใจต่อมวลชนด้วยความตื้นตันว่า “มารอบนี้เราต้องมีของ และเราก็ได้มาแล้ว คือหนังสือ 2 ฉบับที่เป็นหลักฐานพยานว่าโครงการนี้จะต้องยุติหรือชะลอก่อน และกรมชลฯ จะไม่สามารถนำ EIA ที่มีปัญหาไปดำเนินการต่อได้ นี่คือชัยชนะเล็กๆ ที่เราสะสมมาตั้งแต่วันเริ่มเดินเท้ามากว่า 19 กิโลเมตร มันพิสูจน์ว่าพลังประชาชนสามารถกำหนดอนาคตทรัพยากรของตนเองได้”
อย่างไรก็ตามซอฮาบูดินยังแสดงความกังวลว่าคำมั่นสัญญาในกระดาษอาจถูกฉีกทิ้งได้เสมอ จึงประกาศว่าเครือข่ายจะติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด หากมีการละเมิดข้อตกลง พี่น้องพิทักษ์สายน้ำพร้อมกลับมาทวงสัญญาที่หน้า ศอ.บต. ทันที

กางแผน 14 พ.ค. ดัน ‘จัดการน้ำสีเขียว’ เข้าสภาที่ปรึกษาฯ
สำหรับก้าวต่อไป ศอ.บต.ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) จะดำเนินการร่วมกับสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประสานงานเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี ให้มีคณะกรรมการเพื่อศึกษาหาแนวทางเกี่ยวกับการจัดทำแผนการพัฒนาการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำปัตตานีตามข้อเสนอของเครือข่ายฯ คือการยกเลิกโครงการเขื่อนกรงปินัง การยกเลิก EIA
ยกเลิกแผนพัฒนาลุ่มน้ำปัตตานี พ.ศ.2510 รวมทั้ง ใช้แนวคิด Green River เป็นหลักในการบริหารออกแบบบริหารจัดการลำน้ำ โดยจะนำเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้

เสียงสะท้อนความลำบาก-สิทธิมนุษยชนในพื้นที่
ในระหว่างการเจรจา ตัวแทนชุมชนโดยเฉพาะกลุ่มสตรีได้สะท้อนความยากลำบากว่า การออกมานอนข้างทางเป็นเรื่องลำบากอย่างยิ่งทั้งในแง่การใช้ชีวิตและการปฏิบัติศาสนกิจ แต่ที่ต้องทำเพราะรัฐไม่มีช่องทางอื่นให้เสียงของประชาชนไปถึง พร้อมเรียกร้องมาตรการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิฯ จากการคุกคามในพื้นที่ ซึ่งทาง ศอ.บต. รับปากจะประสานฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคงเพื่อสร้างกลไกป้องกันปัญหาการข่มขู่คุกคาม
ปรานม สมวงศ์ ผู้แทน Protection International ประเทศไทย ขอชื่นชมความเข้มแข็งของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน เครือข่ายประชาชน ผู้หญิง เยาวชน และนักศึกษาที่ร่วมกันยืนหยัดปกป้องแม่น้ำปัตตานี การเดินเท้าและปักหลักต่อสู้ตลอด 3 วันพิสูจน์ว่า พลังประชาชนสามารถผลักดันให้รัฐต้องรับฟังและทบทวนโครงการที่ละเมิดสิทธิได้รัฐมีหน้าที่คุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และต้องทำให้คำมั่นสัญญาเรื่องการชะลอหรือยุติโครงการเกิดขึ้นจริง เพราะแม่น้ำไม่ใช่เพียงแหล่งน้ำ แต่คือชีวิต วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ที่ผู้คน โดยเฉพาะผู้หญิง ได้ดูแล หล่อเลี้ยง และปกป้องมาตลอด การจัดการน้ำที่เป็นธรรมจึงต้องเคารพทั้งสายน้ำ ระบบนิเวศ และอำนาจของชุมชนในการกำหนดอนาคตของตนเอง

แถลงการณ์ปลดปล่อยแม่น้ำปัตตานี
ก่อนสลายตัว เครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานีได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ยืนยันเจตนารมณ์สำคัญคือการปลดปล่อยแม่น้ำปัตตานีจากโครงสร้างแข็งที่ทำลายศักยภาพของลำน้ำ โดยย้ำข้อเสนอ 3 ประการ: ยกเลิกเขื่อนกรงปินัง, ยกเลิกรายงาน EIA และยกเลิกแผนพัฒนาปี 2510 พร้อมทิ้งท้ายว่า “แม่น้ำปัตตานีต้องไหลอย่างอิสระ” และชัยชนะที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อสายน้ำแห่งนี้ได้รับความคุ้มครองอย่างถาวร





