ไทยมีแรงงาน 40 ล้าน แต่มีแค่ 3 ล้านคนที่มี ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ แถมส่วนใหญ่ กระจุกอยู่ในบริษัทต่างชาติ

ไทยมีแรงงานในประเทศเกือบ 40 ล้านคน แต่มีประชากรแค่ 7% เท่านั้นที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

economy

‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ หรือ ‘Provident Fund’ คือกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมจัดตั้งกันขึ้นมา เพื่อเป็นสวัสดิการให้พนักงานหลังเกษียณ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต

‘ธนาคารกสิกรไทย’ อธิบายว่า เงินที่อยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพประกอบด้วย 4 ส่วนคือ 1) เงินสะสมที่หักจากเงินเดือนพนักงาน 2) ผลประโยชน์ของเงินสะสมในส่วนของสมาชิก 3) เงินสมทบจากนายจ้าง และ 4) ผลประโยชน์ของเงินสมทบในส่วนของนายจ้าง

หลักๆ แล้ว ประโยชน์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคือเพื่อให้ลูกจ้างมีเงินออมไว้ใช้หลังเกษียณ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ในประเทศไทยที่ประชากรมีอายุยืนขึ้น และเข้าสู่สังคมสูงวัยเป็นที่เรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม ‘Mercer’ บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกเผยว่า ท่ามกลางตลาดแรงงานไทย 39.8 ล้านคน มีเพียง 2.97 ล้านคนเท่านั้นที่ทำงานในบริษัทที่มีนโยบายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาดูแล้ว บริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพส่วนใหญ่คือ ‘บริษัทข้ามชาติ’ หรือบริษัทชั้นนำของไทย แต่คำถามคือ มันจะมีสักกี่คนที่มีโอกาสได้เข้าไปทำงานในองค์กรเหล่านั้น?

98% ของบริษัทชั้นนำมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพซัพพอร์ตพนักงาน แต่ก็ยังไม่พอ

mercer
‘วินิทร ทิพย์พุทราแก้ว’ Retirement Business Leader, Thailand and SEA ของ Mercer ประเทศไทย

เมื่อไม่นานมานี้ Mercer ได้ไปสำรวจ 173 องค์กรชั้นนำของไทย โดย 75% คือบริษัทข้ามชาติ แล้วพบว่า 98% ของผลสำรวจมีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงาน

‘วินิทร ทิพย์พุทราแก้ว’ Retirement Business Leader, Thailand and SEA ของ Mercer ประเทศไทย กล่าวว่า “ในภาพรวมของประเทศไทย เราพบว่าภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในองค์กรข้ามชาติและองค์กรขนาดใหญ่ มีความพร้อมด้านสวัสดิการเกษียณอายุให้พนักงาน”

อย่างไรก็ตาม Mercer เผยว่า แม้บริษัทชั้นนำส่วนใหญ่จะมีสวัสดิการนี้ แต่หลายแห่งยังมีแผนการลงทุนให้พนักงานเลือกน้อย รวมถึงขาดการกำกับดูแลบริษัทจัดการกองทุน ซึ่งสะท้อนถึงช่องว่างที่สามารถพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานได้

วินิทรอธิบายว่า หากบริษัทขาดดัชนีชี้วัดที่มีมาตรฐาน นายจ้างก็อาจไม่สามารถประเมินได้ว่าสวัสดิการเกษียณอายุที่มีให้พนักงานนั้นเพียงพอหรือไม่

Mercer แนะนำว่า บริษัทควรปรับปรุงแผนการลงทุนของพนักงานให้ตรงจุดมากขึ้น ผ่านการกำหนดกรอบเงินสมทบอย่างชัดเจน และประเมินการทำงานของบริษัทจัดการกองทุนอย่างสม่ำเสมอ

ในมมุมองของ Mercer แผนการลงทุนแบบ ‘ปรับตามเป้าหมายวันเกษียณ’ หรือ ‘Target-date Approach’ ก็น่าสนใจ เนื่องจากบริษัทจัดการกองทุนจะเป็นคนปรับสัดส่วนเงินลงทุนให้เอง ตามอายุที่มากขึ้นของพนักงาน ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 3% ขององค์กรชั้นนำเท่านั้นที่นำแผนนี้มาใช้

“สิ่งที่เราอยากเห็นคือการพูดคุยกันในเรื่องการเกษียณอายุ เพราะว่าการเกษียณอายุไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของพวกเรามากกว่าที่เคย” วินิทรกล่าว

ทั้งนี้ นี่เป็นแค่ข้อมูลจากฝั่งบริษัทชั้นนำที่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติในไทยเท่านั้น เพราะหากย้อนไปดูตัวเลขในตอนต้นบทความจริงๆ นับเป็นส่วนน้อยมากๆ ของตลาดแรงงานที่มีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้

ในเมื่อมีเพียงคนไทยบางกลุ่มเท่านั้นที่เข้าถึงสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นี่จะถือเป็นอีกหนึ่งความเหลื่อมล้ำสำหรับคนทำงานในไทยไหม? คนทั่วไปควรวางแผนรับมือการเกษียณอย่างไร? หรือมันควรเป็นหน้าที่ของภาคส่วนใดที่จะทำให้คนไทยไม่ตกเป็นภาระของลูกหลาน?

นี่อาจเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ของสังคมที่ต้องฝากไว้ให้คิดต่อไป

ที่มา: ธนาคารกสิกรไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา